สื่อเผยเฮนเดอร์สันตัดสินใจอนาคตกับแมนยูแล้ว

หลังจากที่อนาคตของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเยอะพอตัวในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวก็เตรียมที่จะต่อสัญญากับทีมแล้ว โดยมันจะมีระยะเวลาถึง 4 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    อนาคตของ เฮนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในประเด็นเกี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงที่ผ่านมา เพราะหลายคนมองว่าเขาควรจะได้เป็นตัวจริงให้กับ "ปีศาจแดง" ได้แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่นทั้งในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ไปเล่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในรูปแบบยืมตัว ขณะที่ ดาบิด เด เคอา มือ 1 คนปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ฟอร์มตกด้วย แต่ที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่รับประกันว่า เฮนเดอร์สัน จะได้เป็นตัวจริงแทน เด เคอา ในซีซั่นหน้าหรือไม่

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับทีมอีกเพียงราว 2 ปีเท่านั้นด้วย ซึ่งมันก็มีข่าวลือด้วยว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาและหาทางย้ายออกจากทีมถ้าหากไม่ได้เป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กำลังอยากได้เขาไปเฝ้าเสาให้

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เดอะ ซัน บอกว่า เฮนเดอร์สัน จ่อต่อสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว หลังจากที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยื่นสัญญาที่มีระยะเวลา 4 ปีให้กับเขา พร้อมกับจะให้ค่าเหนื่อยเขาเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) จากเดิมรับอยู่ที่ 60,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.40 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยมันมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาอีก 1 ปีด้วย

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตัวแทนของ เฮนเดอร์สัน หารือกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้กำลังจะได้บทสรุปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า เฮนเดอร์สัน จะได้อยู่เป็นมือ 1 ให้ทีมหรือไม่ โดยที่จริง เฮนเดอร์สัน เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปเมื่อปีก่อน

    ถ้าหาก เฮนเดอร์สัน ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์จริงๆ มันก็หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเสียค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เพราะ เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.20 ล้านบาท)

เดอะค็อปขนลุก! “คล็อปป์” ย้ำชัดแผนเดิมพัก1ปี

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล ย้ำชัดแผนเดิมว่าจะลาวงการฟุตบอลอย่างน้อย 1 ปีเมื่อหมดสัญญากับ "หงส์แดง" ระบุช่วงเวลาที่ห่างจากเกมลูกหนังจะคิดทบทวนว่ายังต้องการคุมทีมอีกหรือไม่ ถ้าหากคำตอบว่าไม่ ก็ขอโบกมือลาถาวร

               เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤา ออกโรงยืนยันเกี่ยวกับแผนการที่จะพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังจากที่หมดสัญญาปัจจุบันในถิ่นแอนฟิลด์

              นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช สลัดน้ำหมึกขยายสัญญากับ แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ไปจนถึงปี 2024 เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าหากหมดสัญญากับ "เดอะ เร้ดส์" แล้วอาจจะหยุดพักจากวงการลูกหนังเพื่อไปพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเป็นการชาร์จพลังไปในตัว

              จากคำถามที่ว่าแผนการที่เขาเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ เรื่องนี้ คล็อปป์ ย้ำชัดอีกรอบว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง "ผมจะขอพัก 1 ปีจากนั้นผมจะลองถามตัวเองว่าผมยังคิดถึงฟุตบอลหรือไม่ ถ้าผมไม่คิดถึงแล้ว นั่นคงจะเป็นการจบอาชีพโค้ชของเจอร์เก้น คล็อปป์ ถ้าวันหนึ่งผมไม่ได้เป็นโค้ช มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่คิดถึงเลย นั่นก็คือความตึงเครียดอย่างรุนแรงเฉียบพลันก่อนเกม"

               ส่วนในเรื่องการป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 2020/2021 คล็อปป์ ยืนยันว่าตนและลูกทีมพร้อมเต็มที่ โดยทุกๆ คนมีแรงกระตุ้นเต็มเกี่ยวที่จะนำ "หงส์แดง" ครองความยิ่งใหญ่ต่อไป "ทุกๆ คนในสโมสรเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสำหรับฤดูกาลใหม่ เราอยากที่จะทำให้ดียิ่งกว่านี้ เราไม่ได้คิดเรื่องป้องกันแชมป์ เราอยากได้แชมป์ใหม่ เราเพิ่งจะเริ่มต้นชัยชนะเท่านั้น"

ยกเครื่อง!บาร์ซ่าเล็งโละยกชุดเหลือ4รายเท่านั้น

สื่อสเปนตีข่าว บาร์เซโลน่า เตรียมทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการโละนักเตะออกไปแทบยกชุด โดยจะเลือกแค่ 4 ผู้เล่นที่ดูแล้วเป็นอนาคตของสโมสร พร้อมกันนี้ยังเล็งปล่อยแข้งสตาร์อายุเกิน 30 ปีออกไปเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้วย
               บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน เตรียมดำเนินงานการปรับทีมแบบยกเครื่องด้วยการโละนักเตะชุดปัจจุบันออกไปจนแทบเกลี้ยง โดยจะเหลือเพียงแค่ 4 ผู้เล่นซึ่งเป็นอนาคตของสโมสรเอาไว้เท่านั้น จากการเปิดเผยของ สปอร์ต สื่อดังในเมืองกระทิงดุ

              หลังจากที่ทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" โดน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยำใหญ่ไม่นับญาติด้วยสกอร์ 2-8 ร่วงตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลังจอมแกร่งถึงกับออกมาพูดด้วยตัวเองว่าถึงเวลาแล้วที่ บาร์ซ่า จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง

              สำหรับคำพูดของ ปิเก้ ดูเหมือนว่าเขายินดีที่จะอำลาสโมสรหากรู้สึกว่าตนไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป โดยเรื่องนี้เจ้าตัวสบายใจได้เพราะ อดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ย้ายทีมสมใจอยากแน่นอน เนื่องจาก สปอร์ต ระบุว่าเขาเป็นหนึ่งในรายชื่อที่จะโดนโละทิ้ง

              สื่อสเปนระบุอีกว่า โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงทีมแบบยกเครื่อง แต่จะเก็บเอาไว้แค่ 4 คนเท่านั้นซึ่งเป็นอนาคตของทีมได้แก่ มาร์ก-อันเดร แทร์ สเตเก้น, เกลม็องต์ ล็องเกล้ต์, แฟรงกี้ เดอ ยอง และ ลิโอเนล เมสซี่

              ขณะเดียวกับ บาร์เซโลน่า ก็พร้อมที่จะตอบรับข้อเสนอที่น่าสนใจจากทุกๆ สโมสรในการซื้อผู้เล่นทีมชุดใหญ่อย่างเช่น ซามูแอล อุมตีตี้, อิวาน ราคิติช และ อาร์ตูโร่ วิดัล นอกจากนี้ทีมยังเตรียมปล่อยนักเตะสตาร์ที่อายุเกิน 30 ปีออกไปเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของสโมสรด้วย

ฟูลแบ็กอาการหนัก, แนวรุกไม่คม ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู พ่าย เซบีย่า อดชิงยูโรปา ลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่สุดท้ายสู้ความช่ำชองของ เซบีย่า ไม่ได้ส่งผลให้ทีมแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ "ปีศาจแดง" ต้องเจ็บช้ำกับการตกรอบตัดเชือก 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้
    "ผีแดง" มีโอกาสที่จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากที่พวกเขาได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แต่น่าเสียดายที่ทีมมาโดนตีเสมอ จากซูโซ่ และถูก ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยในครึ่งหลัง ส่งให้ เซบีย่า ได้เข้าชิงถ้วยใบเล็กยุโรปครั้งที่ 6

    ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องกลับไปเตรียมทีมเพื่อสู้ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า โดยมีความเป็นไปได้ที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะต้องเสริมแกร่งทั้งในเกมรับ และเกมรุก ซึ่งในแมตช์นี้ขาดความเฉียบคมไปพอสมควร

1. ยิงทิ้งยิงขว้าง


    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คงแทบอยากจะเปลี่ยนตัวเองลงไปเล่นแทน เพื่อเป็นการแสดงให้บรรดาลูกทีมได้เห็นว่าการจบสกอร์ที่เด็ดขาดและเฉียบคมเป็นยังไง หลังจากที่ทัพ "ปีศาจแดง" สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากมายโดยเฉพาะในครึ่งหลัง แต่ดันไม่เด็ดขาด

    แมตช์นี้ "เร้ด เดวิลส์" สร้างโอกาสบริเวณหน้าประตูได้ถึง 20 ครั้ง แต่พวกเขาไม่สามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้เลย ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการยิงประตูของเหล่ากองหน้าตัวความหวังทั้ง อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด

    โดยเฉพาะในกรณีของ มาร์กซิยาล ที่หลุดเข้าไปในเขตโทษ 2-3 ครั้งแต่ดันยิงไปติดผู้รักษาประตู และยิงแบบไม่มีลุ้น ซึ่งหาก หัวหอกชาวฝรั่งเศส เปลี่ยนจังหวะเหล่านั้นให้เป็นประตู รูปเกมคงจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ฉะนั้นนี่คือสิ่งที่นักเตะต้องกลับไปแก้ไข หากต้องการยึดตำแหน่ง "หน้าเป้า" ถาวร

    จะว่าไปแล้วโอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างขึ้นมา และยิงไม่ได้ส่วนหนึ่งก็มาจากความเหนียวหนึบของ ยาสซีน บูนู ที่สามารถป้องกันจังหวะเหล่านั้นได้หมด โดยเฉพาะในต้นครึ่งหลังเจ้าตัวเซฟเป็นพัลวัน ทำให้ทีมยังคงรักษาสกอร์เสมอ 1-1 เอาไว้ได้
 
2. มหัศจรรย์ แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือหัวใจของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เพราะเขาเป็นคนที่คอยปั้นเกมรุกให้กับทีม และยังสามารถปั่นเกมคู่แข่งได้ตลอดเวลา ที่สำคัญการยิงจุดโทษของนักเตะก็สุดฉมัง จนทำให้ทีมยกให้เป็นมือ 1 ในการสังหารจุดโทษไปแล้ว

    สำหรับประตูที่ทำให้ทีมขึ้นนำมาจากจังหวะจุดโทษซึ่งเป็นครั้งที่ 22 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ โดยตอนนี้เขามีส่วนกับการที่ทีมได้ประตูถึง 20 ลูก โดยเป็นการตะบันเอง 12 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์ ซึ่งมีแค่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่มีสถิติเหลือกว่าเขาจาก 5 ลีกชั้นนำในยุโรป

     จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส เป็นจุดศูนย์รวมในการเล่นเกมบุกของ "ปีศาจแดง" โดยมีหลายจังหวะที่ แฟร์นันด์ส ผ่านบอลสวยๆ ให้เพื่อนร่วมทีมได้ยิงประตู โดยเฉพาะในครึ่งหลังที่ผ่านบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด ได้ซัดจ่อๆ แต่ไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    อีกไม่กี่นาทีหลังจากนั้นก็เปิดบอลสุดฉมังให้ มาร์กซิยาล ได้ซัด แต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู อีกตามเคย ขณะเดียวกัน ดาวเตะเลือดฝอยทอง ได้บอลจาก มาร์กซิยาล บริเวณเขตโทษ และซัดเต็มเหนี่ยว แต่น่าเสียดายที่แนวรับของ เซบีย่า วิ่งเข้ามาป้องกันได้ทัน

    ต้องยอมรับเลยว่าเกมนี้ เซบีย่า ไม่าสมารถจัดการกับ แฟร์นันด์ส ได้ เขาแสดงให้เห็นถึงพลังกำลังในการเล่น และเทคนิคชั้นยอดในการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม แต่น่าเสียดายวันนี้ไม่ใช่วันของ แมนฯ ยูฯ เพราะแนวรุกขาดความเฉียบคมอย่างน่าเหลือเชื่อ

3. ฟูลแบ็กไร้ประสิทธิภาพ

    ปกติแล้วฟูลแบ็กของแมนฯ ยูไนเต็ด จะทำผลงานได้ดีแต่ในแมตช์นี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นทั้ง อารอน วาน-บิสซาก้า กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ โดยพวกเขาไม่สามารถเติมเกมบุกขึ้นมาสร้างความอันตรายให้เกมรับ เซบีย่า ได้เลย แถมเกมรับยังหลวมโคกอีกต่างหาก

    ในจังหวะที่ทีมเสียประตูตีเสมอเริ่มต้นจาก ลูกัส โอกัมโปส ตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน ขณะที่ วาน-บิสซาก้า วิ่งตามไม่ทัน ก่อนที่จะผ่านไปให้ ซูโซ่ ซึ่งได้ยืนโล่งๆ สบายๆ เพราะ วิลเลี่ยมส์ ดันหลุดตำแหน่ง ทำให้เขาจัดการส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ชนิดที่ ดาบิด เด เคอา หมดปัญญาป้องกันจริงๆ

    ต้องบอกเลยว่า วาน-บิสซาก้า ค่อนข้างจะเล่นแบบตื่นๆ ไม่เหมือนกันช่วงที่ผ่านมา ที่เขาจะมีอาการนิ่งมากกว่านี้ โดยเฉพาะในจังหวะเสียประตูที่สองหากจะโทษว่าเป็นการประกบที่ผิดพลาดของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ก็ได้ แต่ แบ็กขวาดาวรุ่งเลือดผู้ดี ก็ต้องรับผิดชอบด้วย ที่ไม่วิ่งเข้ามากดดัน ลุค เดอ ยอง ทำให้เขาซัดประตูได้สบายอุรา

    สำหรับ วิลเลี่ยมส์ ต้องบอกเลยว่านี่คือแมตช์ที่จะทำให้เขาจดจำไปอีกนาน เพราะเกมนี้เจ้าตัวเล่นไม่ออก และยังเป็นบ่อน้ำมันชั้นดีให้ เซบีย่า บุกเข้าไปลุ้นทำประตู ที่สำคัญนักเตะยังเล่นออกแนวตื่นสนามทำให้งานนี้ก็เลยโดนแข้งประสบการณ์ของทีมดังจากสเปน จัดการปั่นป่วนจนเสียขบวน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทั้งประตูตีเสมอ และประตูชัยของ เซบีย่า เริ่มต้นจากบริเวณฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง ซึ่งงาน โซลชา คงต้องทำการบ้านอย่างหนักในการแก้ไขปัญหานี้ หากไม่อยากที่จะต้องเจ็บช้ำในการลุ้นความสำเร็จในฤดูกาล 2020/2021

4.  ลินเดอเลิฟ VS แฟร์นันด์ส

    ต้องยอมรับเลยว่านี่คือค่ำคืนที่แสนน่าผิดหวังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะคู่เซนเตอร์แบ็กอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในแมตช์นี้ โดยเฉพาะในรายของ ลินเดอเลิฟ มีกรณีให้ต้องพูดถึงอย่างมาก

    จังหวะที่ "ปีศาจแดง" เสียประตูที่สอง หลายคนมองเห็นอย่างชัดเจนว่า ลินเดอเลิฟ ยืนผิดตำแหน่ง ทำให้ ลุค เดอ ยอง มีโอกาสซัดโล่งๆ ขณะที่ วาน-บิสซาก้า ก็ไม่ทำอะไรปล่อยให้คู่แข่งได้เล่นสบายๆ และแน่นอนว่าเมื่อเสียประตูอารมณ์ก็ถาโถมเข้าใส่นักเตะทุกคน

    ด้วยความที่ แฟร์นันด์ส พยายามชี้ให้เห็นถึงการเล่นที่ผิดพลาดจนทำให้ทีมเสียประตู แต่ด้วยอารมณ์ที่กำลังเดือดดาล ทำให้ ลินเดอเลิฟ ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองผิดพลาดแถมยังจัดการด่ากลับด้วยถ้อยคำที่รุนแรง จนกลายเป็นภาพที่แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นกันไปแล้ว

    แม้ว่าหลังจบเกม โซลชา จะไม่ได้ตำหนิ ลินเดอเลิฟ ที่ทำพลาดในจังหวะนั้น แต่ก็ยอมรับว่าทีมควรมีการป้องกันจังหวะการเปิดบอลจากบริเวณด้านข้างให้ดีกว่า ซึ่งการพูดแบบนี้ดูเหมือนว่า "น้าลูกอม" จะบอกเป็นนัยๆ ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องหาคู่หูคนใหม่มาเล่นกับ แม็กไกวร์ ซะแล้ว

5. พลาดเข้าชิง 3 รายการติดต่อกันในฤดูกาลนี้

    โซลา ต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างมาในฤดูกาลนี้เมื่อเขาค่อยๆ สร้างทีมขึ้นมาและทะลุเข้าไปลุ้นความสำเร็จถึง 3 รายการได้แก่ คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา ลีก แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไปไม่ถึงฝั่งฝันทั้ง 3 ทัวร์นาเมนต์ เพราะต้องโบกมือลารอบตัดเชือกเรียบวุธ

    สำหรับในเกม คาราบาว คัพ ต้องพ่ายให้กับ แมนฯ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือน ในขณะที่การดวลเกมฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ก็ต้องเจอทีเด็ดของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ส่วนในการชิงชัยถ้วยใบเล็กยุโรป ต้องพ่ายให้กับเจ้าพ่อของโทรฟี่รายการนี้

    อย่างไรก็ตามในเกมยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก สิ่งหนึ่งน่าจะทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" พอจะมีรอยยิ้มอยู่บ้างก็คือสไตล์การเล่นที่สนุกเร้าใจ และสามารถไล่กดบดขยี้ เซบีย่า จนแทบอยู่หมัด แต่น่าเสียดายที่ทีมขาดความเฉียบคมทำให้พลาดโอกาสสำคัญๆ ไปหลายครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องแก้ไขเป็นการด่วน

เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

สนไหม?ทีมเอเยนต์คอสต้าเจรจาแมนยูเสนอย้ายซบ

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน เปิดเผยว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับการติดต่อจากทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า โดยทีมงานดังกล่าวเสนอปล่อย คอสต้า ให้กับ "ปีศาจแดง" ขณะที่ "เบียงโคเนรี่" ก็ต้องการโละเขาอยู่แล้ว

    ทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ปีก ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ติดต่อไปหา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเสนอปล่อยนักเตะในความดูแลของพวกเขาให้อีกฝ่าย ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียน

    เป็นที่เชื่อกันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งปีก ซึ่งเดิมทีเป้าหมายเบอร์ 1 ของเขาคือ เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ตอนนี้โอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้แข้งชาวอังกฤษมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้มันน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากที่ "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมจ่ายค่าตัวของ ซานโช่ ในระดับเดียวกับที่ "เสือเหลือง" ต้องการ ซึ่งว่ากันว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ถึง 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท)

    "They talked to Manchester United, they will think about this player" @DiMarzio on Douglas Costa’s future at Juventus pic.twitter.com/2sDZElV4Ay
    — Football Daily (@footballdaily) August 17, 2020

    เรื่องดังกล่าวทำให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคิดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับปีกคนอื่นเพื่อเป็นทางเลือกสำรองแล้ว และล่าสุด ดิ มาร์ซิโอ ก็เผยว่าทีมเอเยนต์ของ คอสต้า เสนอปล่อยนักเตะของพวกเขาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พิจารณา หลังจากที่แข้งวัย 29 ปี มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตจนทำให้ไม่ได้กลายเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ ของทีม โดยถึงแม้ในฤดูกาล 2019-20 คอสต้า จะได้ลงเล่นในลีก 23 นัด แต่มันก็เป็นในฐานะตัวจริงแค่ 7 เกมเท่านั้น

    ดิ มาร์ซิโอ เผยว่า "ยูเวนตุส อยากปล่อยเขาออกจากทีม บรรดาทีมเอเยนต์ของเขากำลังเดินเรื่องเพื่อหาทางออกอยู่ พวกเขาได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อดูว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัว ดั๊กลาส คอสต้า รึเปล่า ดังนั้น ยูไนเต็ด จะพิจารณาเกี่ยวกับนักเตะคนนี้ ปัญหาก็คือ ดั๊กลาส คอสต้า เป็นนักเตะที่เจ็บบ่อยมาก ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาสำหรับสโมสรที่อยากซื้อ ดั๊กลาส คอสต้า แต่แน่นอนว่าทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพวกเขาก็เสนอเรื่องที่จะให้เขาย้ายไปเล่นกับที่นั่น

เลิกล่าซานโช่!อดีตผู้ช่วยป๋าชี้เป้าแข้งที่แมนยูควรซิวร่วมทีม

 

สตีฟ แม็คคลาเรน ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเลิกจริงจังในภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ปีกตัวจี๊ดของ ดอร์ทมุนด์ แล้วไปเอา เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอกเพื่อนร่วมทีมของ ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ ชี้ ตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังขาดกองหน้าตัวเป้าที่จบสกอร์เก่งๆ และ ฮาแลนด์ ก็เหมาะกับบทบาทนั้น

สตีฟ แม็คคลาเรน กุนซือว่างงานชาวอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรจะพยายามคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้มากกว่า เจดอน ซานโช่ ซะอีก

 "ปีศาจแดง" มีข่าวกับ ซานโช่ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขายังต้องการทำให้เกมริมเส้นมีความดุดันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหมดหวังในการล่าตัว ซานโช่ แล้ว หลังจากที่ผู้บริหารของ ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่าอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21

 แม็คคลาเรน ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เผยว่า "4 แนวรุกของพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต่างก็เป็นคนที่เร็วมากๆ พวกเขามีฝีเท้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้หลายอย่าง มาร์กซิยาล เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่เวลาถึงเกมใหญ่ๆ แล้วนั้นเขากลับไม่เคยสวมบทจอมทำประตูที่แท้จริงได้เลยในจังหวะที่ถือว่าสำคัญต่อเกมมากๆ พวกเขาต้องการนักเตะชั้นยอดในตำแหน่งนั้น (กองหน้าตัวเป้า)"

"ผมไม่คิดว่า (โรเมลู) ลูกากู เหมาะกับแนวทางการเล่นในตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว (ตอบโต้เรื่องที่คนบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดผิดที่ขาย ลูกากู) เพราะตอนนี้พวกเขาเล่นแบบวิ่งไล่กดดันสูง และผมคิดว่าพวกเขาควรจะต้องเล่นแบบนั้นให้ได้"

 "ผู้จัดการทีมจะทำอะไรไม่ได้เลยหากสโมสรไม่หนุนหลังเขาและไม่ดึงนักเตะอย่าง ฮาแลนด์ มาร่วมทัพ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับทีมอย่างสมบูรณ์แบบ ผมได้เห็นฟอร์มของเขาที่ ดอร์ทมุนด์ และเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งที่เพิ่งมีอายุเพียง 20 ปี ลองจินตนาการดูสิว่าถ้ามีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มันจะเป็นยังไง มันจะลงล็อกเลยล่ะ"

    "ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ห่างชั้นจากทีมอื่นๆ แบบไกลคนละโลก แต่พวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินกับการเสริมทัพและดึงนักเตะที่เหมาะสมมาร่วมทีม ผมเห็น เจดอน ซานโช่ เล่นให้ ดอร์ทมุนด์ มาแล้วหลายนัด จริงอยู่ว่าเขาเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่เขามีสไตล์คล้ายกับ มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด นิดหน่อย มันทำให้ผมสงสัยว่าพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต้องการนักเตะแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ ?"

    "เขา (ซานโช่) ไม่ใช่นักเตะประเภทกองหน้าตัวเป้าหมายเลข 9 มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ก็ไม่ใช่นักเตะแบบนั้นเหมือนกัน คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษ, พวกที่จบสกอร์เก่งแบบนักเตะหมายเลข 9 และพวกเขาก็จำเป็นต้องหานักเตะแบบนั้นให้เจอโดยเร็วด้วย"

    "ใช่ ซานโช่ จะทำให้ขุมกำลังของพวกเขาดีขึ้นได้ แต่การที่จะชนะเกมใหญ่ๆ และได้แชมป์มาครองน่ะ คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทหมายเลข 9 อยู่ในทีม และต้องมีเซนเตอร์แบ็กที่เก่งๆ 2 คนด้วย ฮาแลนด์ จะเป็นการเสริมทัพที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่อายุยังน้อย, เป็นนักเตะประเภทหมายเลข 9 ที่รับมือกับแรงกดดันได้ นักเตะแบบนี้น่ะหาได้ยากมากๆ ส่วนรายของ แฮร์รี่ เคน นั้น คำถามคือพวกเขาจะดึงเขามาจาก ท็อตแน่ม ได้รึเปล่า ? ผมไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้นได้ แต่พวกเขาต้องการนักเตะประเภทนั้นอย่างมาก"

แดงเดือดนอกรอบ!แมนยูชนลิเวอร์พูลล่าตัวบรู๊คส์ร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อประจำเมืองแมนเชสเตอร์ บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเดินแผนล่า เดวิด บรู๊คส์ ดาวเตะ บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ให้ความสนใจในตัว บรู๊คส์ อยู่เหมือนกัน

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะยื่นข้อเสนอขอซื้อ เดวิด บรู๊คส์ ปีก บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ แมนเชเสตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นชื่อดังประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    บรู๊คส์ เป็นเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่เขาทำผลงานได้น่าประทับใจกับ บอร์นมัธ เมื่อฤดูกาลก่อนด้วยการทำไป 7 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 30 นัด โดยที่จริงเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแข้งวัย 23 ปีก็เคยมีข่าวกับ "ปีศาจแดง" เหมือนกัน ก่อนที่กระแสข่าวจะเงียบลงไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ บรู๊คส์ อาจจะมีค่าตัวอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ซึ่งมันก็มีโอกาสสูงที่ บอร์นมัธ จะขายเขา หลังจากทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ตกชั้นไปเล่น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2020-21 จนทำให้พวกเขาจะเจอกับปัญหาด้านการเงินในระดับหนึ่ง

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เสริมว่ามันยังไม่ชัวร์ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำหนดให้ บรู๊คส์ เป็นแผนสำรองในกรณีอดได้ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รึเปล่า เพราะจนถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้าตัว ซานโช่ มาร่วมทีมให้ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะล่าตัว บรู๊คส์ จริงๆ พวกเขาก็ต้องแข่งกับ ลิเวอร์พูล ที่แอบเหล่ดาวเตะทีมชาติเวลส์อยู่เหมือนกัน

ทางการ! บาร์เซโลน่าประกาศตั้งคูมันเป็นกุนซือคนใหม่

บาร์เซโลน่า ประกาศยืนยันแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการเพื่อมาแทน กีเก้ เซเตียน ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

    บาร์เซโลน่า ประกาศยืนยันแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน อดีตกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์เป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยนายใหญ่ชาวฮอลแลนด์จะเซ็นสัญญาถึงเดือนมิถุุนายน 2022

    ทัพอาซูลกราน่าเพิ่งจัดการปลด กีเก้ เซเตียน อดีตกุนซือชาวสแปนิชออกจากตำแหน่งหลังพาทีมแพ้ บาเยิร์น มิวนิค เละเทะ 2-8 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า จะยืนยันว่า สโมสรเตรียมที่จะประกาศแต่งตั้ง คูมัน เป็นกุนซือคนใหม่

    กระทั่งล่าสุด บาร์ซ่า จะประกาศยืนยันแต่ตั้งนายใหญ่วัย 57 ปี เข้ามาเป็นกุซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยออกแถลงการณ์ระบุว่า "บาร์ซ่า ขอประกาศแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ของทีมถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2022"

    สำหรับ คูมัน ถือเป็นตำนานคนหนึ่งของสโมสร โดยสมัยเป็นนักเตะเคยค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ช่วงระหว่างปี 1989-1995 และประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ด้วยตำแหน่งแชมป์ ลา ลีกา 4 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า 3 สมัย, ยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย และ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย

ช่อง 3 ปล่อยหมัดเด็ดครึ่งปีหลัง โป๊ป-เบลล่า-หมาก-เก้า นำทีมคืนความสุข

17 ส.ค. 2563-17:30 น.

ช่อง 3 ปล่อยหมัดเด็ดครึ่งปีหลัง โป๊ป-เบลล่า-หมาก-เก้า นำทีมคืนความสุข
 

ช่อง 3 – จัดทัพละครครึ่งปีหลัง ช่อง3 แย้มโผละครเด็ดหลากแนว ครบรส ดราม่า โรแมนติก คอมเมดี้ คู่จิ้น โป๊ป-เบลล่า รีเทิร์นเรียกความฟิน

ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋

ช่อง 3 ปักธงรบ จัดทัพละครครึ่งปีหลัง ประเดิมด้วย ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ ละครสายมูแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ค่าย มาสเตอร์วัน ของผู้จัด เอิน-ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล ที่หยิบเอาเคมีความสดใหม่ ของ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง มาเจอกันครั้งแรก

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
ต่อด้วย ละคร วาสนารัก ของ ผู้จัด จิ๋ม-มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช และ หนุ่ม กฤษณ์ จากค่ายเมคเกอร์ เค ภาคต่อจากเรื่อง ทุ่งเสน่หา ที่แฟนละครรอคอยอย่างหนัก กำกับการแสดงโดย หนุ่ม-กฤษณ์ ศุกระมงคล และ อดุลย์ ประยันโค โดยได้ พระเอกน้องใหม่มาดเซอร์ ไอซ์-ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์ มาประกบคู่กับ ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์ ร่วมด้วยคู่สีสันรสแซ่บ แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา และ โบ้ท-ธารา ทิพา

วาสนารัก

เป็นเรื่องราวความรักที่ไร้วาสนาของรุ่นหลานๆ ในปี 2532 โดย ไอซ์ รับบท กันตพล หลานป้าสำเภา และ ณิชา รับบท ใกล้รุ่ง ลูกพ่อเจษ, แพร พิชชาภา รับบท พรรษา ลูกสาวของมิ่งขวัญกับยุพิน, โบ้ท ธารา รับบท เพทาย ลูกชายของไพฑูรย์กับจินดา ร่วมด้วยนักแสดงคับคั่ง โดยคอสตูมในเรื่องจะเป็นชุดย้อนยุคในสมัย 20-30 ปี ซึ่งผู้จัดพิถีพิถันในเครื่องแต่งกาย และรสชาติละครรับรองเผ็ดร้อนไม่แพ้ทุ่งเสน่หาแน่นอน

ตามด้วย คู่พระนางห้างแตก โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เบลล่า-ราณี แคมเปน ที่มาเชือดเฉือนกัน ในละคร ร้อยเล่ห์มารยา ของ ผู้จัด นก-จริยา แอนโฟเน่ ค่ายเมกเกอร์ เจ กำกับการแสดงโดย แมน-เมธี เจริญพงศ์

ร้อยเล่ห์มารยา

เป็นเรื่องราว ของ พิชชา (เบลล่า) ใช้เวลาเกือบทั้งหมดของชีวิตคู่ วิ่งตามหาความซื่อสัตย์จากสามี อย่าง ภมร (หลุยส์ สก๊อต) ทั้งสองต่างเรียกร้องเอาตัวเองเป็นใหญ่ แต่ไม่เรียนรู้ที่จะรักให้เป็น จนชีวิตคู่ล่มสลาย จากเหตุชู้สาว ความทุกข์ที่เจ็บปวดจากรักทำให้พิชชากลัว และไม่คิดจะมีชีวิตคู่อีกเลย ด้าน รามิล (โป๊ป) ผู้ชายที่รักโดยไม่หวังการครอบครอง เขามีชีวิตเพื่อรอยยิ้มของพิชชา ผู้หญิงคนเดียวที่ได้ยืนในหัวใจที่มั่นคงของรามิล เป็นคนแรกและคนสุดท้ายของชีวิต เชื่อว่าความจัดจ้านของละคร บวกกับฝีมือของโป๊ป เบลล่า มัดใจคนดูอยู่หมัด เตรียมโกยเรตติ้งพุ่งทะลุเพดานอีกแน่นอน

อ่านข่าว ช่อง 3 รุกละครวาย จับ ‘ภณ’ คู่ ‘อิน’ ใน ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’

ขยับมาที่ ละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ สัญญารัก สัญญาณลวง ของ ผู้จัด คิง-สมจริง ศรีสุภาพ ค่ายกู๊ด ฟีลลิ่ง ที่ได้พระนาง เด่นคุณ งามเนตร ประกบ น้ำหวาน-ภูริตา สุปินชุมภู ร่วมด้วย น้ำฝน พัชรินทร์ มาปะทะเดือด โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 2 ภพ 2 ชาติ ที่ย้อนอดีตไปถึง 1400 ปี สมัยทวารวดี ความยิ่งใหญ่ของเรื่องนี้ บอกได้คำเดียวว่า อลังการทุกองค์ประกอบ เข้มข้นทุกฉาก ห้ามพลาดสักตอน

ความทรงจำสีจาง

ฟากละครดราม่า ของ ผู้จัด ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ ค่าย เวฟ ทีวี ที่พล็อตเรื่องขึ้นใหม่หมด ความทรงจำสีจาง ก็คว้าพระนางตัว ต. เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ มาประกบคู่กันครั้งแรก โดยเป็นเรื่องราว ของพี่น้องที่พลัดพรากกันตอนเด็ก และมาเจอกันตอนโต จนเกิดเป็นความรัก เรื่องราว ความรัก ความผูกพันธ์ ที่มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คราบน้ำตา จะหนักหน่วงแค่ไหน ต้องติดตาม เมื่อรักครั้งนี้ เป็นรักต้องห้ามที่เป็นไปไม่ได้

ตราบฟ้ามีตะวัน

ปิดท้ายด้วย อีกหนึ่งละครที่เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ ตราบฟ้ามีตะวัน ของผู้จัด ก้อง ปิยะ และ ชุดาภา จันทเขตต์ ค่ายโซนิกซ์ บูม ที่แฟนละครต่างรอคอยเคมีของพระนางคู่นี้ หลังจากเคยเจอกันแล้วในเรื่อง คมแฝก นั่นก็คือ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ เก้า-สุภัสสรา ธนชาต ที่เจ้าของบทประพันธ์ อุณหภูมิปกติ ถึงขั้นการันตีว่า พระนางคู่นี้ คือ อิมเมจต้นฉบับ

เรื่องราวของ วันฟ้าใหม่ (เก้า) ที่มีเหตุ ต้องเข้ามาอยู่ในบ้านของ อาทิตย์ (หมาก) หลังจากสูญเสียครอบครัวทั้งหมด ก่อนจะมีเหตุให้ต้องเกลียดกัน ด้วยพฤติกรรมของวันฟ้าใหม่ และเธอเกือบจะทำให้อาทิตย์ต้องเสียชีวิต จนเกลียดเธอเข้าไส้ ทำให้เธอต้องถูกเนรเทศไปไกลบ้านถึงสี่ปี

จนถึงวันที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง หากคิดว่าเวลาจะเยียวยาความเกลียดได้…แต่คงไม่ใช่กับอาทิตย์ เพราะไม่ใช่แค่เกลียดเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือเกลียดกว่าเดิมอีก แต่เมื่อต้องทำตามสัญญาสุดท้ายของพ่ออาทิตย์ ทั้งคู่จะผ่านเรื่องราวครั้งนี้ไปได้อย่างไร ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมือ ปั้นจั่น ปรมะ, หลิงหลิง ศิริลักษณ์, แจ๊ค แฟนฉัน, ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์, แหม่ม จินตหรา, ดุ๊ก ภาณุเดช ฯลฯ

เตรียมพบกับความสนุกครบรส แบบเกินต้านได้เร็วๆ นี้ ทางช่อง 3 กด 33