คอนเฟิร์ม!แมนยูประกาศคว้า “คาวานี่” เรียบร้อย

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก "ปีศาจแดง" เพราะล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศคว้า เอดินสัน คาวานี่ อดีตยอดดาวยิง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมก๊วนเรียบร้อย
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 1 ปี และมีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี 

คาวานี่ ย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" แบบไร้ค่าตัว หลังจากที่เพิ่งหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยอดสโมสรลูกหนังเมืองน้ำหอม ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน โดยปัจจุบัน หัวหอกวัย 33 ปี เป็นเจ้าของสถิติทำประตูมากสุดตลอดกาลของ เปแอสเช ที่จำนวน 200 ลูก (จากการลงเล่น 301 นัด)

ทั้งนี้ คาดว่า คาวานี่ น่าจะได้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละราว 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.2 ล้านบาท)

 

 

เลสเตอร์หวังยึดฝูงคืน! “วาร์ดี้” ประจำการลั่นไกรับเวสต์แฮม PPTV ยิงสด

"จิ้งจอกสีน้ำเงิน" เลสเตอร์ ซิตี้ หากคว้าชัยมีโอกาสแซงกลับขึ้นไปนำจ่าฝูงอีกครั้งโดย เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงตัวเก่งยังคงลงตัวจริงล่าสกอร์เหมือนเดิม เกมรับการมาเยือนของ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 18.00 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
เลสเตอร์ ซิตี้   –   เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสด
 :  PPTV HD และ True Premier HD1 (เวลา : 18.00 น.)


สนาม : คิง เพาเออร์ สเตเดี้ยม

    เลสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก ออกสตาร์ตด้วยการชนะ 3 เกมรวด โดยเกมล่าสุดพวกเขาบุกไปถล่ม แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า 5-2 โดยเกมนั้น เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกตัวเก่ง สามารถทำแฮตทริก ใส่ทัพเรือใบสีฟ้าอีกด้วย 

    สภาพทีมเกมที่จะถึงนี้ ทัพจิ้งจอกสยามจะยังไม่สามารถใช้งาน ริคาร์โด้ เปเรยร่า, วิลเฟรด เอ็นดิดี้ และ ฟิลิป เบนโควิช ที่ยังเดี้ยงอยู่ ส่วนในรายของ จอนนี่ อีแวนส์ เจ็บน่อง, เดนนิส ปราต เจ็บเข่า, เดมาไร เกรย์ มีอาการป่วย และ เจมี่ วาร์ดี้ เจ็บสะโพก นั้นต้องรอเช็กสภาพความฟิตว่าจะพร้อมสำหรับเกมพรุ่งนี้ไหม ส่วนแข้งใหม่ล่าสุดอย่าง เวสเล่ย์ โฟฟาน่า กองหลังที่เพิ่งมาจากแซงต์-เอเตียน เมื่อวันศุกร์ ก็พร้อมประเดิมเช่นกัน 

    การจัดทัพ บีร็อดน่าจะมาในระบบ (4-1-4-1) โดยมี แคเปอร์ ชไมเคิ่ล ยืนเฝ้าเสา คู่เซนเตอร์ใช้งานทาง จอนนี่ อีแวนส์ จับคู่กับทาง คักลาร์ โซยุนชู แบ็กขวาเป็นทาง ติโมธี คาสตานเญ่ แบ็กซ้ายใช้งาน เจมส์ จัสติน ขยับมาที่แดนกลาง ใช้ น็อมปาลิส เมนดี้ เป็นตัวตัดเกม โดยมี ยูริ ตีเลอมันส์ และ เจมส์ แมดดิสัน เป็นตัวขับเคลื่อนเกมในแดนกลาง ริมเส้นฝั่งขวาใช้ เดนนิส ปราต ริมเส้นฝั่งซ้ายใช้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ โดยมี เจมี่ วาร์ดี้ เป็นหัวหอกตัวเป้า

    ด้านเวสต์แฮมที่ตอนนี้ใช้ อลัน เออร์ไวน์ เป็นคนดูแลข้างสนามแทน เดวิด มอยส์ ที่ติดโควิด-19 เพิ่งพาทีมถล่มวูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนโดนเอฟเวอร์ตันถล่มเละ 4-1 ในลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม 

    สภาพทีมเกมที่จะถึงนี้ ทีมขุนค้อนจะขาด อิสซ่า ดิย็อป และ จอช คัลเลน 2 แข้งที่ติดโควิดพร้อมกับมอยส์ ส่วนผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บมีเพียงเเค่ ไรอัน เฟรเดอริคส์ ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ขณะที่ วลาดิเมียร์ ซูฟัล แบ็กขวาตัวใหม่ที่ย้ายมาจากสลาเวีย ปราก มีลุ้นประเดิมลงสนามให้ต้นสังกัดใหม่เช่นกัน 

    การจัดทัพ เวสต์แฮมน่าจะมาในระบบ 5-4-1 มี ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ยืนเฝ้าเสา แผงหลังมี ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า และ อารอน เครสส์เวลล์ เป็นสามเซนเตอร์ แบ็กขวาใช้ทาง เบนจามิน จอห์นสัน ทางซ้ายเป็น อาร์กตูร์ มาซูอากู แดนกลางใช้ โทมัส ซูเช็ค กัล เดแคลน ไรซ์ ยืมคุมเกม ส่วนตัวริมเส้นทำเกมฝั่งขวา-ซ้ายใช้ จาร์ร็อด โบเว่น กับ ปาโบล ฟอร์นัลส์ โดยมี มิคาอิล อันโตนิโอ เป็นหน้าเป้า


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ติโมธี คาสตานเญ่, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, เจมส์ จัสติน-น็อมปาลิส เมนดี้-เดนนิส ปราต, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์-เจมี่ วาร์ดี้ 
    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส     

    เวสต์แฮม (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้-เบนจามิน จอห์นสัน, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู-จาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ 
    ผู้จัดการทีม : อลัน เออร์ไวน์ (รักษาการ)
 
    ผู้ตัดสิน : แอนดี้ แมดลี่ย์ 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

23/01/20    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 4 – 1 เวสต์แฮม 
29/12/19    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม 1 – 2 เลสเตอร์
20/04/19    พรีเมียร์ลีกเวสต์แฮม 2 – 2 เลสเตอร์
27/10/18    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 1 – 1 เวสต์แฮม 
05/05/18    พรีเมียร์ลีกเลสเตอร์ 0 – 2 เวสต์แฮม 


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เลสเตอร์

27/09/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 5-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เหย้า) ลีก คัพ 
21/09/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 4-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
13/09/20 ชนะ เวสต์บรอมวิช 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 เสมอ แบล็คเบิร์น 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 

เวสต์แฮม
30/09/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-4 (เยือน) ลีก คัพ
27/09/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
23/09/20 ชนะ ฮัลล์ ซิตี้ 5-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
20/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 
16/09/20 ชนะ ชาร์ลตัน 3-0 (เหย้า) ลีก คัพ 

ไล่หมาก-แมนยูแพ้เละคาบ้าน! ซน-เคน ซัดเบิ้ลพาสเปอร์สบุกถล่มไม่ไว้หน้า

"ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มได้สุดห่วยอีกนัดหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร หลังโดน สเปอร์ส บุกมาถล่มเละแพ้คาบ้านด้วยสกอร์ 1-6 เกมนี้ "ผีแดง" ต้องเหลือแค่ 10 คนหลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนใล่ออกตั้งแต่นาทีที่ 28 ก่อนจะโดนทัพไก่ที่ตัวมากกว่าไล่ถล่มไม่ไว้หน้า ซน ฮึง-มิน ควงแฮร์รี่ เคน เหมาคนละสองเม็ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ทัพปีศาจแดงของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกมนัดล่าสุด บุกไปชนะไบร์ทตันในศึก คาราบาว คัพ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

    โดยเกมในวันนี้จะไม่มี  ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ ส่วนตัวหลักคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบ นำมาโดยกัปตันทีม  แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ได้พักในเกมกับไบร์ทตัน จะได้กลับมาลงสนามอีกครั้งคู่กับ เอริก ไบยี่ ที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในเกมล่าสุด

    แผงกองกลางยังคงเป็นชุดประจำนำมาโดย ปอล ป็อกบา กับ เนมานย่า มาติช คุมเกมโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำเกมรุก ซึ่งดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังคงต้องรอโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงต่อไป ริมเส้นเป็น เมสัน กรีนวู้ด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่วนกองหน้าตัวเป้าใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เช่นเคย

    ทางฝั่งผู้มาเยือน สเปอร์ส ที่คุมทัพโดย โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายเก่าของผีแดง นัดล่าสุดลงเล่นในศึกยูโรปา ลีก รอบเพลย์ออฟ เอาชนะ มัคคาบี้ ไฮฟา ไปแบบถล่มทลาย 7-2

    ทัพไก่เดือยทองไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเพิ่มเติม จะมีเพียง แกเร็ธ เบล ที่ยังต้องเรียกความฟิต กองกลางใช้  ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, มุสซ่า ซิสโซโก้ และ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ โดยแดนหน้าเป็น เอริก ลาเมล่า, แฮร์รี่ เคน  และซน ฮึง-มิน ที่ฟิตกลับมาช่วยทีมได้ทัน

    เริ่มเกมมาเพียง 30 วินาที แฟนปีศาจแดง ได้เฮกันอย่างรวดเร็ว เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ไปโดน ดาวินซอน ซานเชซ เข้าบอลจากด้านหลังในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ชี้เป็นลูกจุดโทษให้กับเจ้าถิ่นทันที

    ก่อน บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เปิดสกอร์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ตั้งแต่เริ่มเกมเพียง 2 นาที

    แต่เพียงแค่นาทีที่ 4 เท่านั้น สเปอร์ส มาทวงประตูคืนอย่างรวดเร็วเช่นกัน เมื่อแนวรับเจ้าถิ่นเคลียร์บอลกันไม่ขาดเอง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งไม่พ้นเขตอันตราย ก่อนไปกั๊กจังหวะกับ ลุค ชอว์ ที่เบียดกับ เอริก ลาเมล่า ตรงกรอบ 6 หลา ก่อนบอลทะลักมาให้ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ เติมขึ้นมายิงเปรี้ยงเดียวไม่เหลือ ไก่เดือยทอง บุกไล่เจ๊า 1-1

    จากนั้นนาทีที่ 7 แฟนทีมเยือนได้เฮอย่างรวดเร็ว เมื่อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปฟาวส์ แฮร์รี่ เคน ก่อน แฮร์รี่ เคน จากอาศัยจังหวะเล่นเร็ว จ่ายทะลุช่องให้ ซน ฮึง-มิน ใช้ความเร็ววิ่งแซงเอาชนะ เอริก ไบยี่ กับ ลุค ชอว์ ก่อนยกบอลข้ามตัว ดาบิด เด เคอา ไปอย่างเหนือชั้น ให้ สเปอร์ส แซงนำ 2-1 ทำให้เกมนี้ยิงกัน 3 ประตู ตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาทีแรกของเกม
 
     นาทีที่ 19 แฟนผี มีลุ้นได้เสียว เมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส อย่างสวยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ดึงจังหวะหลอก แซร์จ ออริเยร์ หนึ่งจังหวะก่อนยิงเต็มข้อ แต่บอลไปชนเสาเต็มๆ อย่างไรก็ตามลูกนี้ แม้จะยิงเข้าแต่ แรชฟอร์ด ก็โดนตีธงล้ำหน้าอยู่ดี

     นาทีที่ 27 ทีมเยือนทำเจ้าถิ่นเสียวไส้อีกครั้ง เมื่อ ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู ติดเซฟ ดาบิด เด เคอา จังหวะแรก ก่อนมาเข้าทางปืนของ  เอริก ลาเมล่า กดยิงเต็มๆ ยังดีที่ เอริก ไบยี่ ตามไปบล็อกได้ทัน ทำให้บอลแฉลบออกหลังไป

     จากนั้นนาทีที่ 29 สถานการณ์ของ ปีศาจแดง ยิ่งเลวร้ายกว่าเก่า เมื่อเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล  ไปออกมือตบใส่หน้า เอริก ลาเมล่า หลังโดน เอริก ลาเมล่า ชักศอกใส่หน้า ผู้ตัดสิน  แอนโทนี่ เทย์เลอร์ ชูใบแดงให้ มาร์กซิยาล โดยตรงไล่ออกจากสนามทันทีแบบไม่ต้องเช็กวีเออาร์ ส่วน เอริก ลาเมล่า รับแค่ใบเหลือง

     ก่อนนาทีที่ 31 สเปอร์ส มาได้ประตูนำห่าง เมื่อ  เอริก ไบยี่ จ่ายบอลกน้าประตูถูก แฮร์รี่ เคน ตามมาสไลด์ ก่อนบอลจะหลุดมาถึง ซน ฮึง-มิน ปั้นคืนเพื่อนบ้าน จ่ายให้ แฮร์รี่ เคน วิ่งตามมาแปจ่อๆไม่เหลือ ทีมตราไก่ บุกนำห่าง 3-1

     นาทีที่ 37 ทีมเยือน ยังมาโหด มุสซ่า ซิสโซโก้ จ่ายบอลยาวให้ แซร์จ ออริเยร์ หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาของสนาม ก่อนเปิดลอดขา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาที่เสาแรกให้ ซน ฮึง-มิน ตามชาร์จจ่อๆไม่เหลือ ทำให้ สเปอร์ส บุกนำห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 4-1 เป็นประตูที่สองในเกมนี้ของดาวยิงวัย 28 ปี พร้อมขึ้นนำดาวซัลโวร่วมกับ โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ที่ 6 ประตูเท่ากัน
 
     ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรกจึงเป็น สเปอร์ส บุกนำ  แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงถิ่น ด้วยสกอร์สุดเหลือเชื่อ 4-1
 
    ครึ่งหลัง "ผีแดง" เปลี่ยนรวดเดียวสองคนส่ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และเฟร็ด ลงไปเล่นแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส และเนมานย่า มาติช ขณะที่ สเปอร์ส ถอดเอา เอริก ลาเมล่า ออกแล้วส่ง ลูคัส มูร่า เล่นแทน

    เกมรับเจ้าถิ่นยังไม่ดีขึ้น นาที 51 ต้องมาสังเวยประตูที่ห้า จากจังหวะที่ ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก แทงบอลยาวตัดหลังแนวรับมาถึง แซร์จ ออริเยร์ หลุดเข้าไปล่อเป้าซัดบอลผ่าน เด เคอา เสียบมุมเสาไกล ให้ "ไก่เดือยทอง" นำโด่ง 5-1

    เกมรุกของ แมนฯยูฯ ปั้นเกมกันไม่ขึ้นเลย นาที 67 โซลชา เปลี่ยนคนสุดท้าย ส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเล่นแทน เมสัน กรีนวู้ด

    นาที 72 ลูกทีมของ "มูรินโญ่" เกือบได้เม็ดที่หก คราวนี้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปในกรอบทางด้านขวาก่อนซัดเลียดเสาแรก แต่ยังไม่พ้นมือ ดาบิด เด เคอา ที่ปัดออกหลังไปได้

    นาที 79 ปอล ป็อกบา ไปพลาดท่าทำเสียจุดโทษหลังพุ่งไปสไลด์แต่ด้วยแรงเฉื่อยทำให้ไปเสียบ เบน เดวิส ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน จะสังหารเข้าไปไม่พลาด และเป็นประตูที่สองในเกมนี้ของดาวยิงทีมชาติอังกฤษ พาสเปอร์
สนำโด่งๆถึง 6-1

    จบเกม "ปีศาจแดง" พ่ายเละคาบ้านให้กับ สเปอร์ส 1-6 ทำให้เล่นไป 3 นัดแพ้คาบ้านไป 2 เกม มี 3 คะแนน อยู่อันดับ 16 ส่วน "ไก่เดือยทอง" ขึ้นมาอยู่อันดับ 5 มี 7 คะแนน

      รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ น.46) – เมสัน กรีนวู้ด (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.68), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด น.46), มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    
        สเปอร์ส (4-3-3) : อูโก้ โยริส -แซร์จ ออริเยร์, ดาวินซอน ซานเชซ, เอริก ดายเออร์,เซร์คิโอ เรกีลอน – มุสซ่า ซิสโซโก้, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ (เดเล่ อัลลี่ น.69) – เอริก ลาเมล่า (ลูคัส มูร่า น.46), แฮร์รี่ เคน ,ซน ฮึง-มิน (เบน เดวิส น.73)
 
        ผู้ตัดสิน : แอนโทนี่ เทย์เลอร์

เมืองทองฯยันเฮแบร์ตี้ไม่สามารถลงบู๊เกม4ต.ค.นี้ได้

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ ยัน เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ลงเล่นไม่ได้ นัดวันที่ 4 ต.ค.เหตุ เนื่องจากเป็นสัญญาการยืมตัว ไม่ใช่การซื้อขาด อีกทั้งเป็นเรื่องของกติกา มารยาท การยืมตัวที่ทั่วโลกเขาทำกัน ขณะที่สาวก กิเลนผยอง ออกมาร้องถามบอร์ดบริหาร ทำทีมฟุตบอล เพื่อชัยชนะ หรือเพี่อความสนุก หลังจากที่เห็นข่าวเฮแบร์ตี้ เตรียมลงสนามเจอ เอสซีจี เมืองทองฯ ในวันที่ 4 ต.ค.นี้

สโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ออกมาชี้แจงข่าวหลัง มีข่าวว่าเฮแบร์ตี้  ที่ถูกยืมตัวไปอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี เตรียมลงสนาม ในเกมเจอกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ว่า เฮแบร์ตี้ ลงสนามในนัดดังกล่าวไม่ได้ เนื่องจากการไปอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี ในครั้งนี้เป็นการยืมตัวเท่านั้นไม่ใช่การซื้อขาดแต่อย่างใด อีกทั้ง เป็นเรื่องของกติกา มารยาท ที่ทั่วโลก เขาปฏิบัติกันด้วยในกรณีที่มีการยืมตัวนั้น นักเตะที่จะเจอกับต้นสังกัดเก่า เขาจะไม่ลงสนามมาเจอกัน

ขณะที่ สาวกของ เอสซีจีเมืองทองฯ ออกมาร้องถามฝ่ายบอร์ดบริหารของทีมว่า ทุกวันนี้ ผู้บริหารเอสซีจี เมืองทองฯ ทำทีมฟุตบอลด้วยจุดประสงค์อะไร เพื่อความสนุก หรือต้องการชัยชนะ ที่สำคัญ ทุกวันนี้ เอสซีจี เมืองทอง ประสิทธิภาพของทีม ไม่ได้ดีกว่าทีมอื่นๆ ยังจะให้นักเตะที่ให้ทีมอื่นยืมตัวไปลงเล่นเจอกับทีมตัวเองอีกเหรอ

 

แมนยูว่าไง?บาร์เซโลน่าลดกระหน่ำราคาเดมเบเล่หวังขายขาด

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ บาร์เซโลน่า บอกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าพร้อมขาย อุสมาน เดมเบเล่ ให้ทันทีในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าตอนที่พวกเขาดึงแข้งเลือดน้ำหอมมาร่วมทีมเยอะ

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน แจ้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าพวกเขาพร้อมที่จะขาย อุสมาน เดมเบเล่ ให้กับอีกฝ่ายในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยราคา 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับ เดมเบเล่ อย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมขาย เจดอน ซานโช่ ได้ จนหันมาพิจารณาทางเลือกอื่น โดยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งใจจะขอยืมตัวและยังพร้อมที่จะใส่อ็อปชั่นซื้อขาดเขาด้วย

อย่างไรก็ตาม เดอะ มิร์เรอร์ แฉว่าทั้ง บาร์เซโลน่า และ เดมเบเล่ ไม่สนใจที่จะให้ข้อเสนอเป็นในรูปแบบยืมตัว ถึงกระนั้น ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ก็ยินดีที่จะขายขาดเขาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ของปีนี้เลย เพราะจะได้เอาเงินไปใช้ในการทำทีมต่อไป โดยที่จริงเงิน 60 ล้านปอนด์ ถือว่าจะทำให้ บาร์เซโลน่า ขาดทุนราว 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) ด้วยซ้ำ เพราะตอนปี 2017 พวกเขาจ่ายไปถึง 95 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,800 ล้านบาท) เพื่อดึงดาวเตะชาวฝรั่งเศสมาจาก ดอร์ทมุนด์

 

ลิเวอร์พูลลุ้นแซงนำฝูง! “โชต้า” ลงตัวจริงซัด,วิลล่าจัด “กรีลิช” ตะบันสู้

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เน้นหนักหวังเก็บชัยเพื่อโอกาสแซงขึ้นตำแหน่งจ่าฝูงโดย ดิโอโก้ โชต้า จะได้ลงตัวจริงปิดสกอร์เกมบุกถิ่น "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า ที่มี แจ็ค กรีลิช ดาวยิงตัวเก่งพร้อมลั่นไก  ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด :  True Premier HD1 (เวลา : 01.15 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
แอสตัน วิลล่า   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด
 :  True Premier HD1 (เวลา : 01.15 น.)


สนาม : วิลล่า พาร์ค 

    ดีน สมิธ กุนซือวิลล่า นัดล่าสุดพาทีมพลาดท่าแพ้ สโต๊ค ซิตี้ ในเกมคาราบาว คัพ มา 1-0 แต่เกมในลีก ถือว่าฟอร์มดีสุดๆ แข่ง 2 นัดชนะ 2 นัด เก็บ 6 คะแนนเต็ม โดยล่าสุดบุกไปชนะฟูแล่มมาได้ถึง 3-0 

    ความพร้อมในเกมนี้พวกเขาจะไม่มี ทอม ฮีตัน, บียอร์น เอ็นเกลส์ และ เวสลี่ย์ ที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ทั้งหมด ส่วนตัวอื่นๆ ยังอยู่กันครบ ไทโรน มิงส์ ยืมคุมเกมรับ โดยมี  ดั๊กลาส ลุยซ์ คุมจังหวะเกมในแดนกลาง มาห์มูด เทรเซเก้ต์, โอลลี่ วัตกิ้นส์ และ แจ็ค กรีลิช จะเป็น 3 ประสานในแดนหน้า

    ทางฝั่งลิเวอร์พูลนัดล่าสุดลงเล่นในเกม คาราบาว คัพ แพ้จุดโทษอาร์เซน่อลตกรอบ แต่ฟอร์มในลีก ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมโดยแข่ง 3 นัด ชนะรวด

    เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน จะหมดสิทธิใช้งาน โฌแอล มาติป, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และล่าสุด คอสตาส ซิมิกาส ที่มีอาการบาดเจ็บไม่พร้อมจะลงช่วยทีมในนัดนี้ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับ ซาดิโอ มาเน่ ที่ติดเชื้อโควิด-19  

    โดยในเกมนี้คาดว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม จะหายจากอาการบาดเจ็บกลับมามีชื่ออยู่ในทีม แต่จะออกสตาร์ตเป็นตัวสำรองไปก่อน ส่วนคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบ

    นำมาโดย เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คุมแนวรับ ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม และ นาบี เกอิต้า เดินเกมในแดนกลาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ดีโอโก้ โชต้า เป็น 3 ประสานแนวรุก

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แอสตัน วิลล่า (4-3-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ-แม็ตตี้ แคช, เอซรี่ คอนซ่า, ไทโรน มิงส์, แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ – คอเนอร์ ฮูริแฮน, ดั๊กลาส ลุยซ์, จอห์น แม็คกินน์ – มาห์มูด เทรเซเก้ต์, โอลลี่ วัตกิ้นส์, แจ็ค กรีลิช 
    ผู้จัดการทีม : ดีน สมิธ
 
    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ดิโอโก้ โชต้า 
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

05/07/20    พรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูล 2 – 0 แอสตัน วิลล่า 
18/12/19    ลีก คัพแอสตัน วิลล่า 5 – 0 ลิเวอร์พูล 
02/11/19    พรีเมียร์ลีกแอสตัน วิลล่า 1 – 2 ลิเวอร์พูล 
14/02/16    พรีเมียร์ลีกแอสตัน วิลล่า 0 – 6 ลิเวอร์พูล 
26/09/15    พรีเมียร์ลีกลิเวอร์พูล 3 – 2 แอสตัน วิลล่า 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แอสตัน วิลล่า

01/10/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-1 (เหย้า) ลีก คัพ
28/09/20 ชนะ ฟูแล่ม 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/09/20 ชนะ บริสตอล ซิตี้ 3-0 (เยือน) ลีก คัพ 
22/09/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/09/20 ชนะ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 3-1 (เยือน) ลีก คัพ 

ลิเวอร์พูล
01/10/20 เสมอ อาร์เซน่อล 0-0 (เหย้า) ลีก คัพ
28/09/20 ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/09/20 ชนะ ลินคอล์น 7-2 (เยือน) ลีก คัพ 
20/09/20 ชนะ เชลซี 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/09/20 ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

 

‘ซาก้า’ควง’เปเป้’ซัด! อาร์เซน่อลเปิดรังเฉือนเชฟฟิลด์หวิว-แซงขึ้นท็อปโฟร์

บูกาโย่ ซาก้า และ นิโกล่าส์ เปเป้ กดคนละตุง พา อาร์เซน่อล เปิดรังเฉือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1 แซง เชลซี ขึ้นไปรั้งที่ 4 ของตาราง ขณะที่ทีม "ดาบคู่" อาการโคม่าแพ้ 4 นัดรวดหล่นไปรั้งรองบ๊วยของตาราง ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา

    ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563 ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ระหว่าง อาร์เซน่อล ทีมอันดับ 9 ของตาราง พบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 18

    อาร์เซน่อล ของ มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้มีการเปลี่ยน 11 ตัวจริงบางตำแหน่งส่ง กาเบรียล มากัลเญส ลงก่อน ร็อบ โฮลดิ้ง ในแนวรับ ขณะที่แนวรุกส่ง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ยืนเป็นหน้าเป้าก่อน อเล็กซ็องด์ ลากาแซตต์ ประสานงานร่วมกับ วิลเลียน และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง

    ด้าน เชฟฯ ยูไนเต็ด ของ คริส ไวล์เดอร์ ที่พาทีมแพ้มา 4 นัดติดต่อกัน เกมนี้ได้ จอห์น เอแกน กองหลังตัวหลัก พ้นโทษแบนกลับมา ส่วนคู่หน้าใช้ โอลิเวอร์ เบิร์ค และ เดวิด แม็คโกรดิค ล่าตาข่าย

    ครึ่งแรกเปิดฉากมา 20 นาที แม้ อาร์เซน่อล จะครองเกมได้เหนือกว่าชัดเจน แต่ยังเจาะเกมรับ เชฟฟิลด์ ไม่เข้า เกมส่วนใหญ่ยังอยู่บริเวณกลางสนามทำให้ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

    ทีม "ปืนใหญ่" ขึงบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียวต่อบอลอยู่หน้าเขตโทษ เชฟฟิลด์ และมาได้ลุ้นจบสกอร์ครั้งแรก ในนาที 28 เมื่อ บูกาโย่ ซาก้า เปิดจากริมเส้นฝั่งซ้ายให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ขึ้นโขกแต่บอลไม่มีน้ำหนักทำให้ อารอน แรมส์เดล ล้มตัวรับไว้ไม่ยาก

    จากนั้น อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูขึ้นนำ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษบอลกำลังจะเสียบใต้คานแต่ อารอน แรมส์เดล พุ่งปัดปลายมือบอลออกหลังไปหวุดหวิด ในนาที 37

    ท้ายครึ่งแรก นาที 44 เจ้าถิ่นได้ลุ้นส่งท้ายครึ่งแรกจากจังหวะตวัดยิงในเขตโทษของ โอบาเมย็อง แต่บอลไปตรงตัวของ แรมส์เดล รับได้ไม่ยาก

    ช่วงที่เหลือทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

    ครึ่งหลังเริ่มมาถึง นาที 52 อาร์เซน่อล ชวดได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส แทงบอลทะลุช่องให้ โอบาเมย็อง หลุดเข้าไปชาร์จจ่อๆหน้าปากประตูแต่ไม่โดนบอลออกหลังไป

    จนกระทั่ง นาที 60 ความพยายามของ อาร์เซน่อล มาประสบผลสำเร็จจากจังหวะการทำชิ่งหน้าปากประตูบอลไปถึง เอคตอร์ เบเยริน หลุดไปถึงสุดเส้นหลัง ก่อนจะชิพไปเสาไกลให้ บูกาโย่ ซาก้า ได้โหม่งโล่งๆเข้าประตูไป

    เท่านั้นไม่พอ นาที 64 "ปืนใหญ่" ได้ประตูนำห่าง 2-0 เบเยริน จ่ายบอลให้ นิโกล่าส์ เปเป้ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังกระชากเข้าไปซัดด้วยซ้ายข้างถนัดส่งบอลเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

    อย่างไรก็ตาม นาที 83 เชฟฟิลด์ ไม่ยอมง่ายๆ ได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 เดวิด แม็คโกรดิค ปั่นโค้งๆหน้าเขตโทษบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไป แบรนด์ เลโน่ หมดสิทธิ์เซฟ

    เวลาที่เหลือ เชฟฟิลด์ ไล่ไม่ทัน จบเกม อาร์เซน่อล เอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1 ขยับขึ้นไปรั้งที่ 4 ของตาราง ขณะที่ทีม "ดาบคู่" อาการโคม่าแพ้ 4 นัดรวดแถมยังยิงใครไม่ได้หล่นไปรั้งรองบ๊วยของตาราง

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : แบร์นด์ เลโน่ – กาเบรียล มากัลเญส, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, ดานี่ เซบายอส (กรานิต ชาคา น.81), บูกาโย่ ซาก้า (เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส น.87) – วิลเลี่ยน, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ (นิโกล่าส์ เปเป้ น.58)
 
เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : อารอน แรมส์เดล – คริส บาแชม (บิลลี่ ชาร์ป น.76), จอห์น เอแกน, แจ็ค โรบินสัน – จอร์จ บัลด็อค, จอห์น ลุนด์สแตรม, ซานเดอร์ เบิร์ก, เบน ออสบอร์น (จอห์น เฟล็ค น.63), เอ็นดา สตีเว่นส์ – เดวิด แม็คโกรดิค, โอลิเวอร์ เบิร์ค (โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นีย์ น.56)  

ตามรอยตำนาน!แมนยูประกาศเบอร์เสื้อคาวานี่เรียบร้อย

 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คอนเฟิร์มเรียบร้อย สำหรับหมายเลขเสื้อของ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงคนใหม่ ซึ่งถือเป็นเบอร์เดียวกับตำนานผู้ยิ่งใหญ่หลายรายในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังคนใหม่ของทีม จะได้สวมเสื้อหมายเลข 7
 
     หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยวัย 33 ปี ซึ่งหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน เพิ่งปิดดีลย้ายมายังถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบไร้ค่าตัว ในวันปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

     ล่าสุด "ปีศาจแดง" คอนเฟิร์มแล้วว่า คาวานี่ จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ตามรอยตำนานของสโมสรอย่าง จอร์จ เบสต์, ไบรอัน ร็อบสัน, เอริก คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

     ทั้งนี้ เบอร์ 7 ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ คาวานี่ เพราะเจ้าตัวเคยใช้เบอร์นี้มาแล้วสมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ปาแลร์โม่ และ นาโปลี ส่วนตอนอยู่กับ เปแอสเช สวมเบอร์ 9

ปีร์โล่ดวลกัตจัง! ยูเวนตุสบู๊เดือดนาโปลี,”โด้”ลงฉะ”เมอร์เท่นส์”

อันเดรีย ปีร์โล่ นายใหญ่ "ม้าลาย" ยูเวนตุส นัดก่อนสะดุดเจ๊า เกมนี้มีคิวปะทะเพื่อนเก่าที่มิลานอย่าง เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เฮดโค้ช ”อัซซูร่า" นาโปลี ที่ฟอร์มร้อนแรงคว้าชัยสองนัดติด แถมยังไม่โดนเจาะตาข่าย ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563

ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563
ยูเวนตุส (7) – นาโปลี (2)
เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

    ทีม ”ม้าลาย” เกมล่าสุดเหลือ 10 ก่อนบุกเสมอ โรม่า 2-2 การเสริมทัพล่าสุดจ่อคว้า เฟเดริโก้ เคียซ่า ตัวรุกคนเก่งของ ฟิออเรนติน่า มาร่วมทัพ

    สภาพทีมในเกมนี้ อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส จะยังไม่มี มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, อเล็กซ์ ซานโดร และ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ที่เจ็บทั้งหมด รวมไปถึง อาเดรียง ราบิโอต์ ติดโทษแบน

    ทั้งนี้คาดว่าเจ้าถิ่นจะมาในระบบ 3-4-1-2 แนวรับสามคนจะใช้ ดานิโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ และ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ขยับมาแดนกลาง อาร์ตูร์ ประสานงานกับ เวสตัน แม็คเคนนี่ โดยมี อารอน แรมซี่ย์ สนับสนุนคู่หน้า เดยัน คูลูเซฟสกี้ ดาวรุ่งชาวสวีดิช จับคู่กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ยิงไปแล้ว 3 ประตูจากสองเกมแรก

    ทีม ”อัซซูร่า” ผลงานร้อนแรงเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม เจนัว 6-0 เออร์วิง โลซาโน่ เหมาคนเดียว 2 ประตู ทำให้ชนะสองนัดรวด

    สภาพทีมในเกมนี้ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือ นาโปลี จะไม่มี อามิน ยูเนส และ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ 2 ตัวรุกที่มีอาการบาดเจ็บ รวมไปถึง ปิโอเตร เซียลินสกี้ ที่ล่าสุดติดโควิดหลังเกมพบ เจนัว ด้วย

    ทีมเยือนจะมาในระบบ 4-3-3 แนวรับจะใช้ คาลิดู คูลิบาลี่ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ คอสตาส มาโนนาส สำหรับวิงแบ็กเป็น โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ และ มาริโอ รุย แดนกลางให้ ดีเอโก้ เดมเม่ ได้เล่นกับ ฟาเบียน รูอิซ และ เอลยิฟ เอลมาส ดาวรุ่งมาซิโดเนีย สามแนวรุกวาง เออร์วิง โลซาโน่, วิคเตอร์ โอซิมเฮน และ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ 

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    ยูเวนตุส (3-4-1-2) : วอยเชียค เชสนี่ – ดานิโล่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ – ฮวน กวาดราโด้, อาร์ตูร์, เวสตัน แม็คเคนนี่, จานลูก้า ฟราบ็อตต้า – อารอน แรมซี่ย์ – เดยัน คูลูเซฟสกี้, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

   เทรนเนอร์ : อันเดรีย ปีร์โล่

    นาโปลี (4-3-3) : ดาบิด ออสปิน่า-โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, คาลิดู คูลิบาลี่, คอสตาส มาโนลาส, มาริโอ รุย-ฟาเบียน รูอิซ, ดีเอโก้ เดมเม่, เอลยิฟ เอลมาส-เออร์วิง โลซาโน่, วิคเตอร์ โอซิมเฮน, ดรีส์ เมอร์เท่นส์ 

    เทรนเนอร์ : เจนนาโร่ กัตตูโซ่

ผลโหวตแฟนแมนยูอยากได้ใครกัปตัน-คะแนนแม็กไกวร์เหลือเชื่อ

เปิดผลโหวตแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด อยากเห็นใครเป็นกัปตันทีม โดย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้คะแนนน้อยอย่างเหลือเชื่อ
    เดอะ พีเพิลส์ เพอร์สัน เว็บไซต์แวดวงข่าวสารของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จัดทำแบบสำรวจความเห็นของแฟนบอล "ปีศาจแดง" ว่า อยากเห็นนักเตะคนไหนได้ทำหน้าที่กัปตันทีม หลังจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เจ้าของตำแหน่งคนปัจจุบันกำลังโดนวิจารณ์อย่างหนัก

    ในเกมที่ "ปีศาจแดง" พ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีคลิปเสียงออกมาเป็นการโต้เถียงระหว่าง แม็กไกวร์ กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โดนไล่ออก โดยที่กัปตันทีมไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการปกป้องเพื่อน และทวงความยุติธรรมให้กับทีมมากพอ

    จากผลโหวตที่มีแฟนบอลกว่า 10,000 รายร่วมแสดงความเห็นออกมาว่า มีแค่ 114 คน หรือคิดเป็น 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อยากเห็น แม็กไกวร์ เป็นกัปตันทีมต่อ ส่วนคนได้มากสุดคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส ที่คะแนนโหวตสูงถึง 83 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ผลโหวตแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้ใครเป็นกัปตันทีม (เปิดให้โหวตแค่ 4 คน)
1. บรูโน่ แฟร์นันด์ส    8,862 (83%)
2. มาร์คัส แรชฟอร์ด  1,022 (10%)
3. ปอล ป็อกบา  617 (6%)
4. แฮร์รี่ แม็กไกวร์  114 (1%)