ฮาแลนด์ชูลิเวอร์พูลทีมดีสุดโลก

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอก ดอร์ทมุนด์ เคยยกย่อง ลิเวอร์พูล ว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดของโลก แถมยังบอกว่าการได้เล่นที่ แอนฟิลด์ เหมือนฝันที่เป็นจริงสำหรับตน

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เคยกล่าวชม ลิเวอร์พูล ว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมของปีก่อนซึ่งเป็นตอนที่ ฮาแลนด์ ยังอยู่กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก นั้น หัวหอกชาวนอร์เวย์ได้ไปเยือน แอนฟิลด์ จากการที่ ซัลซ์บวร์ก มีคิวลงเล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี กับ ลิเวอร์พูล โดยในเกมนั้นเขาทำประตูได้ด้วยก่อนที่ ซัลซ์บวร์ก จะแพ้ไปแบบหวุดหวิด 3-4

ทั้งนี้ ซัลซ์บวร์ก เพิ่งฉายสารคดีเกี่ยวกับผลงานของพวกเขาเมื่อฤดูกาลก่อน โดยในช่วงหนึ่งของสารคดีมันมีการกล่าวถึงตอนไปเยือน แอนฟิลด์ ด้วย ซึ่งในตอนที่ ฮาแลนด์ ได้ลงซ้อมที่ แอนฟิลด์ ก่อนถึงวันแข่งขันนั้น เขาก็มองไปรอบๆ สนามด้วยสายตาสุดประทับใจ พร้อมกับบอกว่า "พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลก พวกเขามีแฟนบอลที่ดีมากๆ รวมถึงมีสนามกับบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม พวกเขามีทุกอย่างที่ดี การได้มาเล่นที่นี่คือฝันที่เป็นจริงเลย"

เดอะค็อปเฮ! “อลีสซง” มีลุ้นฟิตคืนสนามปลายเดือนต.ค.

ลิเวอร์พูล เอคโค่ รายงานว่า อลีสซง เบ็คเกอร์ นายด่านจอมหนึบ กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และหากไม่มีปัญหาบาดเจ็บซ้ำซ้อนนักเตะก็น่าจะกลับมาทำหน้าที่มือ 1 ให้กับต้นสังกัดได้อีกครั้งในแมตช์ปะทะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้
  
ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ น่าจะโล่งใจได้บ้างเมื่อ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้ว และมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเฝ้าเสาให้กับต้นสังกัดในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้

นายทวารจอมหนึบทีมชาติบราซิล ไม่ได้ลงเล่นให้กับทัพ "หงส์แดง" นับตั้งแต่ที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่ในช่วงฝึกซ้อมก่อนลงสนามในเกมที่ต้นสังกัดออกไปพ่ายแพ้ยับเยิน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 2-7 ที่สนามวิลล่า พาร์ค โดยในตอนแรกมีการคาดการณ์กันว่า อลีสซง อาจจะพลาดช่วยทีม 6 สัปดาห์

ล่าสุด "ลิเวอร์พูล เอคโค่" สื่อท้องถิ่นยอดฮิต รายงานว่า อลีสซง สามารถฟื้นสภาพร่างกายได้ดีอย่างต่อเนื่อง และเริ่มที่จะทำการฝึกซ้อมโปรแกรมส่วนตัวที่เมล วู้ด รวมไปถึงการซ้อมพุ่งปัดด้วย ฉะนั้น "เดอะ เร้ดส์" มั่นใจว่าหาก นายด่านเลือดแซมบ้า ไม่มีอาการแย่ลง ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับมาช่วยทีมในแมตช์พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันที่ 31 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะการที่ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาเขาเสียไปถึง 9 ประตูจากการเล่นแค่ 2 เกมเท่านั้น และ "เดอะ เร้ดส์" อยากให้ อลีสซง กลับมาทำหน้าที่เป็นมือ 1 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

 

 

เมื่อสิงโตไม่ใช้ “เทรนท์”

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา มีแต่คนยกย่อง เข้าชิงรางวัลต่างๆ เป็น "จอมแอสซิสต์" ระดับเอกอุ เป็นอาวุธหนักของลิเวอร์พูล ที่ชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก และพรีเมียร์ลีก

เป็นแชมป์สโมสรโลก เป็นโน่นเป็นนี่ แต่ทว่าหลังการรับใช้ชาติในสองสัปดาห์นี้ เหมือนชีวิตทีมชาติอังกฤษกลายเป็นเดินถอยหลังซะนี่

เป็นเพราะเขา หรือเป็นเพราะโค้ช ?

สำหรับใครก็ตามถ้าคุณอายุเพียง 22 ปี ผ่านการลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่มา 12 ครั้ง ต้องแย้มยิ้มและบอกว่า ไม่เลวเลย แต่ไม่ใช่กับเทรนท์นะครับ เขาควรจะได้ลงเล่นสม่ำเสมอมากกว่านี้

อาจบอกกันว่า แบ๊คขวาสิงโตคำรามมีเยอะ

คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์ นั่นก็มีดีกรีทั้งนั้น

ก็พอจะเข้าใจนะครับ ถ้าคุณเลือกแบ๊คโฟร์ ใช้แบ๊คขวาแค่ตัวเดียว แต่ตอนนี้หันมายึดหมากสามเซ็นเตอร์แบ๊ค เอาวอล์คเกอร์ กลับไปเล่นตรงนั้นเหมือนตอนฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งทะลุไปถึงรอบรองได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แล้วเกมรับมือ เดนมาร์ก ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายในสามนัดที่อิงแลนด์ เตะในช่วงนี้ ก็ใช้งาน ทริปเปียร์ ของแอต. มาดริด ไม่ได้ ต้องเข้าร่วมการพิจารณาความผิดทางวินัยของสมาคมฟุตบอลอังกฤษนั่นแหล่ะ โดนกล่าวหาว่าทำผิดเกี่ยวกับข้อบังคับเรื่องการพนัน โดนกล่าวหาตั้งแต่กรกฎาคมปีที่แล้วโน่น เดือนเดียวกับที่ย้ายจากสเปอร์สไปซบหมีมาดริด ที่ผ่านมาก็ปกป้องตัวเองมาตลอด "เฮ้ย ผมไม่ได้แทง หรือได้ผลประโยชน์จากคนอื่นเลยนะ"

ส่งซิกบอกคนอื่นว่าย้ายแน่หรือเปล่า อันนี้ก็ต้องเคลียร์ตัวเองนะ

ที่สงสัยก็คือว่า ทำไมเอฟเอ ต้องมาพิจารณามันเอาช่วงนี้หล่ะครับ เพราะยังงัยก็คุยกันแบบวีดีโอ คอนเฟอเร้นช์ อยู่แล้ว อยู่มาดริด ก็คุยกันได้ฮะ

ปรากฎ แกเร็ธ เซาธ์เกต เหมือนจะยืนยันว่าเขาไม่ชอบใช้งานเทรนท์ เท่าไหร่นัก ข้ามไปเลือก รีซ เจมส์ ลงตัวจริงตำแหน่งวิงแบ๊คขวาบ้างดีกว่า !!

ว่ากันตามเนื้อผ้า มันก็เวิร์คเหมือนกันนะครับ ถ้ารักษาฟอร์มกะทีมชาติแบบนี้ได้เรื่อยไป ทุกคนมีหนาว

 

ยกเว้นที่โดนมองว่าอ่อนประสบการณ์หน่อย เข้าไปหาผู้ตัดสินชาวสแปนิช เฆซุส กิล มานซาโน่หลังเกม แล้วใช้คำพูดอะไรไม่เหมาะสมจนได้ใบแดงมาเป็นรางวัลที่ไม่พึงปรารถนา ทำให้อังกฤษได้เร้ดคาร์ดรวมสองใบนะครับ หลังจาก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซวยซ้ำซวยซ้อน ทำให้ทีมลำบาก เหลือสิบคนตั้งแต่นาที 31

รูปเกมตอนต้น อังกฤษก็ยังดูดีอยู่นะ โดยเฉพาะการขึ้นทางกราบขวา รีซ เจมส์ ซึ่งลงตัวจริงเป็นนัดแรก ทำได้ดีเกินคาด คุกคามอย่างต่อเนื่อง (แต่ขาดจังหวะยิงเคลียร์ๆ กัน) และโดยรวม พูดตรงไปตรงมาก็ดีกว่า ฟอร์มเทรนท์ นัดก่อนกับเบลเยี่ยม ซึ่งผมค่อนข้างสงสารเลย

เล่นให้ลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์,  เห็นเทรนท์ ลุยได้เต็มที่

เล่นให้อิงแลนด์ ขยับขึ้นมายืนเหมือนเป็นมิดฟิลด์คนหนึ่ง แต่แทนที่จะบุกตะลุยมันส์ๆ กลับต้องวิ่งตามสกัด วิงแบ๊คคู่แข่ง

แอชลี่ย์ โคล เห็นเทรนท์ เล่นกับเบลเยี่ยมแล้วบอกว่า เขาเล่นผิดตำแหน่ง, เขาไม่ใช่วิงแบ๊ค

เจมี่ เร้ดแน็ปป์ เสนอหลังเกมเดนมาร์ก (เหมือนกะใจผม) น่าให้เทรนท์เล่นมิดฟิลด์ให้อังกฤษ ขยับเข้าไปด้านใน ไม่ต้องห่วงเขาเคยเล่นมิดฟิลด์มาก่อนตอนเล่นเยาวชน

ผมนึกถึง ฟิลิปป์ ลาห์ม กะ โจชัว คิมมิช ทีมชาติเยอรมัน จากฟูลแบ๊คสู่มิดฟิลด์ตัวรับ ก็ทำได้ดีกันนะครับ

อยากให้อังกฤษลองใช้ "เทรนท์" ในเกมทีมชาติเดือนหน้า อย่างน้อยก็ขอให้ได้ลอง แต่คงหวังยากจากผู้จัดการทีมคนนี้ครับ

ที่ชนะเบลเยี่ยมมาก็ฟลุ๊ค ไม่ใช่ว่าจะเล่นดี พอมาแพ้เดนมาร์ก แม้ไม่น่าเสียจุดโทษ ก็สมควรเจอแบบนี้บ้าง ตัวมีเสน่ห์อย่าง แจ๊ค กรีลิช เล่นดีมากกับเวลส์ ก็ไม่ได้ส่งเสริมต่อ ไม่ให้โอกาสตอนนี้แล้วจะรอเมื่อไหร่ เดี๋ยวเดือนหน้าตัวเลือกหน้าจะมากกว่านี้

ตัวผู้เล่นน้อยกว่า จะเอาแต่โยนให้แฮร์รี่ เคน เหรอฮะ

กรีลิช ช่วงเข้าฝัก เรียกฟาวล์จากเวลส์ได้เยอะเลย ไม่เอาลงมาช่วยสร้างสรรค์

บางทีมันผิดตั้งแต่ต้นแล้วหล่ะ เล่นในบ้านเจอเดนมาร์ก ใช้มิดฟิลด์ตัวรับสองตัว ถึงวางบอลเข้าเขตโทษได้ ในกรอบจะมีสักกี่คนเชียว

ไม่รู้เทรนท์ ต้องรอเปลี่ยนผู้จัดการทีมชาติก่อนหรือเปล่านะ ถึงจะได้เป็นตัวยืนอย่างต่อเนื่อง ในเมื่อเขาไม่ใช่วิงแบ๊ค เขาไม่เหมาะกับ 3-4-3 และเขาไม่ได้ทำงานให้เจ้านายที่หนุนหลังเขาอย่างเต็มเปี่ยม

ลืมหรือเปล่า?มูรินโญ่เหน็บเวนเกอร์เมินกล่าวถึงในหนังสือ

หลังจากที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่เอ่ยถึง โชเซ่ มูรินโญ่ ในหนังสือของตัวเองนั้น ล่าสุด มูรินโญ่ ก็เผยว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะ เวนเกอร์ ไม่เคยชนะตนเลย พร้อมบอกว่าคนเราก็คงไม่อยากพูดถึงเรื่องแบบนั้นในหนังสืออยู่แล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เหน็บ อาร์แซน เวนเกอร์ ว่าที่ไม่เอ่ยถึงตนในหนังสืออัตชีวประวัติเป็นเพราะ เวนเกอร์ ไม่เคยเอาชนะตนได้เลย

เวนเกอร์ เพิ่งออกหนังสือของเขาที่ชื่อ "มาย ไลฟ์ อิน เร้ด แอนด์ ไวท์" (My Life in Red & White) ซึ่งมันบอกเล่าเรื่องราวหลายต่อหลายเรื่องในการคุมทีมของเขา แต่เจ้าตัวไม่ได้กล่าวถึง มูรินโญ่ แม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ทั้งคู่เคยดวลกันหลายครั้ง รวมถึงเคยเปิดสงครามทางคำพูดใส่กันหลายหน อย่างเช่นการที่กุนซือชาวโปรตุกีสเคยบอกว่า เวนเกอร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความล้มเหลว เป็นต้น

"คุณคงไม่คิดจะทำบทที่เกี่ยวกับเรื่องที่คุณเจอกับบางคนประมาณ 12 หรือ 14 เกม แต่ไม่เคยชนะได้เลยอยู่แล้วนี่ ดังนั้นทำไมเขาถึงควรจะพูดถึงผมในหนังสือของเขาด้วยล่ะ ? หนังสือน่ะมันต้องเป็นสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข, ทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจ ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเข้าใจได้ดีว่าทำไมเขาถึงเลือกทำอย่างนั้น" มูรินโญ่ ระบุ

ทั้งนี้ ที่จริงแล้ว มูรินโญ่ เคยแพ้ เวนเกอร์ 2 ครั้ง จากการเจอกันทั้งหมด 19 นัด ส่วนที่เหลือแบ่งเป็นชนะ 10 เกมกับเสมอ 7 หน

ระดับโลกทั้งนั้น! “เดอะ ซัน”จัดทีม11แข้งฟรีเอเยนต์ซัมเมอร์ปีหน้า

อย่างที่รู้ๆ กันว่า ฤดูกาลนี้มีนักเตะชื่อดังหลายคนกำลังอยู่ในสัญญาปีสุดท้ายกับต้นสังกัด ดังนั้นเท่ากับว่า ช่วงซัมเมอร์ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นการโยกย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวที่น่าสนใจหลายดีล ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นกับนักเตะระดับโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, ปอล ป็อกบา รวมถึง เซร์คิโอ รามอส ด้วย และล่าสุดทาง เดอะ ซัน สื่อดังของอังกฤษ ก็ได้มีการจัดทีม 11 แข้งดังที่กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดหลังจบฤดูกาลนี้
– ผู้รักษาประตู : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (เอซี มิลาน)

        เชื่อเหลือเกินว่า นี่คือนายทวารที่หลายสโมสรกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด ซึ่งมันก็อาจจะถึงเวลาแล้วเช่นกัน ที่เจ้าตัวอาจจะเลือกออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ หลังอยู่เฝ้าเสาให้ "ปีศาจแดง-ดำ" มาตั้งแต่ปี 2015

– แบ็กซ้าย : เอริค การ์เซีย (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

         แน่นอนว่า ตำแหน่งถนัดของเขาคือปราการหลังตัวกลาง แต่กับทีมชุดนี้ การ์เซีย จำเป็นต้องถูกจับไปอยู่แบ็กขวา ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆ กันว่า บาร์เซโลน่า หวังกระชากเจ้าตัวออกจากถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว แต่ทำไม่สำเร็จ กระนั้น บาร์ซ่า ก็คงจะหวังซิว ปราการหลังเลือดกระทิงดุวัย 19 ปี กลับรัง คัมป์ นู แบบฟรีๆ ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

– เซนเตอร์แบ็ก : เซร์คิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)

        รามอส อยู่โยงรับใช้ทัพ "ราชันชุดขาว" มาตั้งแต่ปี 2005 แถมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์อย่างมากมาย จนกลายเป็นตำนานของสโมสรเรียบร้อย แต่ด้วยสัญญาที่เหลืออีกแค่ปีเดียว บางทีนี่อาจจะเป็นสัญญาฉบับสุดท้ายของ ยอดปราการหลังวัย 34 ปี ในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว ก็เป็นได้

– เซนเตอร์แบ็ก : เยโรม บัวเต็ง (บาเยิร์น มิวนิค)

        ปราการหลังดีกรีแชมป์โลกวัย 32 ปี น่าจะเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าสนใจในตลาดฟรีเอเจนต์ช่วงหน้าร้อนปีหน้า หลังประสบความสำเร็จจนอิ่ม นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ "เสือใต้" เมื่อปี 2011 กระนั้นเมื่อเร็วๆ นี้เจ้าตัวเปรยๆ ว่า ไม่ปิดโอกาสเรื่องเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ บาเยิร์น เช่นกัน

– แบ็กซ้าย : ดาวิด อลาบา (บาเยิร์น มิวนิค)

        เป็นอีกหนึ่งแข้งดังจากค่าย "เสือใต้" ซึ่งมีข่าวเกี่ยวโยงกับเรื่องย้ายทีมมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว และด้วยการที่ อลาบา ไม่มีท่าทีที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด เชื่อเหลือเกินว่า เขาจะเป็นอีกหนึ่งแข้งฟรีสุดฮอตในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า เพราะกำลังถูกหลายสโมสรระดับท็อปจับตามองอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด

– มิดฟิลด์ : ปอล ป็อกบา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

        มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส เป็นระยะๆ แต่สุดท้าย ป็อกบา ก็ไม่ได้ย้ายไปไหน ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวมีออปชั่นขยายสัญญาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ออกไปอีก 12 เดือนหลังจบซีซั่นนี้ แต่มันก็มีความเป็นไปได้ที่ สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 27 ปี อาจจะเลือกมองหาความท้าทายครั้งใหม่อีกรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก "ปีศาจแดง" ยังคงไร้ความสำเร็จในฤดูกาลนี้

– มิดฟิลด์ : จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม (ลิเวอร์พูล)

        เป็นหนึ่งในแข้งกำลังสำคัญแดนกลางของ "หงส์แดง" มาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงสองซีซั่นหลังสุด ที่ช่วยทีมสอยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อด้วย พรีเมียร์ลีก แต่การย้ายเข้ามาของ ติอาโก้ อัลกันตาน่า ทำให้ ไวจ์นัลดุม อาจจะพิจารณาถึงเรื่องอนาคตของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียว และแน่นอนว่า ไวจ์นัลดุม คือนักเตะที่กุนซือ โรนัลด์ คูมัน อยากดึงไปร่วมงานด้วยที่ บาร์เซโลน่า

– มิดฟิลด์ : เมซุต โอซิล (อาร์เซน่อล)

        โอซิล ดูเหมือนหมดอนาคตที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มาตั้งนานแล้ว และก็เชื่อกันว่า ตอนนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" กำลังหาทางเขี่ยเจ้าตัวออกจากทีมอยู่ เพราะนอกจากไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า แล้ว ยังดูดเงินจากสโมสรสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14.35 ล้านบาท) อีกด้วย บางที โอซิล อาจจะกลายเป็นแข้งฟรีเอเจนต์โดยที่ไม่ต้องรอจนถึงซัมเมอร์ปีหน้าก็ได้

–  ปีกขวา : ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า)

        ทุกคนทราบดีว่า เมสซี่ เกือบจะชิ่ง บาร์ซ่า ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว แต่สุดท้ายเจ้าตัวจำยอมเลือกอยู่ช่วยทีมต่อ เพราะไม่อยากหักดิบกับต้นสังกัดที่ตัวเองรัก แต่นั่นก็คงเป็นแค่การขยายเวลาย้ายทีมออกไปเท่านั้น เพราะเมื่อสัญญากับ บาร์เซโลน่า หมดอายุลงในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า เมสซี่ ก็คงเลือกที่จะไป และแน่นอนว่า สโมสรเงินถุงเงินถังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมเปิดศึกชิงตัวด้วยข้อเสนอเงินค่าจ้างสุดงาม

– ปีกซ้าย : เมมฟิส เดอปาย (โอลิมปิก ลียง)

        เจ้าตัวผิดหวังอย่างมากที่อดย้ายไป บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่มันก็ยังคงมีโอกาสดีอยู่ เพราะปัจจุบันเหลือสัญญากับ ลียง อีกแค่ปีเดียว แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว ลียง คงอยากจะทำเงินเข้าสโมสรมากกว่าเสียไปแบบฟรีๆ ด้วยการชิงขายเจ้าตัวให้ บาร์ซ่า ในช่วงตลาดนักเตะรอบสองเดือนมกราคมนี้เลย เพราะใจของ เดอปาย ลอยไปที่ คัมป์ นู ตั้งนานแล้ว

– กองหน้าตัวเป้า : เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

        นี่คือดาวยิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก หลังกระทุ้งประตูให้ แมนฯ ซิตี้ ไปแล้วถึง 254 ลูก นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อ 9 ปีก่อน และถ้าหากไม่มีการต่อสัญญาเกิดขึ้นภายในฤดูกาลนี้ แน่นอนว่า "เอล กุน" จะเป็นอีกหนึ่งแข้งฟรีเอเจนต์ที่เนื้อหอมมากๆ ในช่วงหน้าร้อนปีหน้า

    *ทีมฟรีเอเจนต์ชุดสอง* : แจ็ค บัตแลนด์ (สโต๊ค ซิตี้), วิลลี่ โบลี่ (วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส), จอนนี่ อีแวนส์ (เลสเตอร์ ซิตี้), ชโคดราน มุสตาฟี่ (อาร์เซน่อล), มิชาอิล อันโตนิโอ (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด), ลูก้า โมดริช (เรอัล มาดริด), ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), แดนนี่ โรส (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์), อังเคล ดิ มาเรีย (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง), อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค (นาโปลี), ดีเอโก้ คอสต้า (แอตเลติโก มาดริด)

 

ไปยกชุด!ลิเวอร์พูลเล็งปล่อย5แข้งก่อนปิดตลาด

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เล็งโละแข้งส่วนเกินออกจากทีมถึง 5 ราย ก่อนตลาดในประเทศปิดวันศุกร์นี้ ซึ่งมีแข้งดังอย่าง แฮร์รี่ วิลสัน รวมอยู่ด้วย
            ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาที่จะปล่อยนักเตะในทีม 5 คน ออกไปแบบสัญญายืมตัว ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะภายในประเทศจะปิดตัวลง วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ ตามรายงานจาก โกล สื่อลูกหนังชื่อดัง เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

            ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ได้ปล่อยนักเตะที่หมดสัญญาอย่าง อดัม ลัลลานา รวมทั้งขาย เดยัน ลอฟเรน และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ออกจากทีม และล่าสุด คล็อปป์ มีแผนที่จะลดขนาดทีมอีกรอบ โดยเล็งปล่อยนักเตะดาวรุ่งรวมและแข้งสำรองที่ไม่ค่อยได้ใช้งานออกไปแบบชั่วคราว

            โกล ระบุว่า แฮร์รี่ วิลสัน ปีกทีมชาติเวลส์ คือหนึ่งใน 5 รายที่จะถูกปล่อยออกจากทีม โดย สวอนซี ซิตี้, ดาร์บี้ เค้าน์ตี้, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ต่างมีความสนใจที่จะยืมตัว ดาวเตะวัย 23 ปี ไปใช้งาน

            ขณะที่ เบน วู้ดเบิร์น มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวเวลส์ ก็เตรียมที่จะถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวอีกรอบ ซึ่งก็เชื่อกันว่า ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเป็นที่ต้องการของสองสโมสรในระดับ ลีก วัน อย่าง ชาร์ลตัน แอธเลติก และ ฮัลล์ ซิตี้ นอกจากนี้ คล็อปป์ ก็หวังที่จะส่ง นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เลียม มิลลาร์ และ เฮอร์บี้ เคน ให้สโมสรอื่นยืมตัวไปใช้งานอีกครั้งเช่นกัน

            ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีกระแสข่าวว่า ลิเวอร์พูล อาจจะมีการเสริมทัพก่อนตลาดปิดวันศุกร์นี้ โดยเล็งเป้าไปที่ เดวิด บรู๊คส์ มิดฟิลด์ฝีเท้าดีของ บอร์นมัธ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โรนัลโด้ติดโควิดอาจสะเทือนถึงหัวใจแมนยู

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ติดโควิดสะเทือนมาถึง พรีเมียร์ลีก เหตุอาจทำให้สตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องอดลงเล่น ขณะที่ วูล์ฟส์ ลุ้นหนักมีไปเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสถึง 5 คน
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะหมดสิทธิ์ใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางคนเก่ง ถึง 4 นัดหากต้องใช้เวลากักตัวเอง หลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเพื่อนร่วมทีมชาติโปรตุเกส ถูกตรวจพบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอังคารที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    กองหน้าซูเปอร์สตาร์จาก ยูเวนตุส ต้องกักตัวเองส่งผลให้จะอดลงช่วยทีมชาติโปรตุเกส ลงเตะกับ สวีเดน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กลุ่ม 3 ลีก เอ วันพุธที่ 14 ต.ค. นี้ หลังจากที่เพิ่งเล่นให้ทัพฝอยทองในเกมบุกไปเสมอทีมชาติฝรั่งเศส 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    แม้นักเตะคนอื่นๆ ในทีมชาติโปรตุเกส จะมีผลตรวจออกมาเป็นลบ แต่ อา โบล่า สื่อแดนฝอยทอง รายงานว่า ตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษ คนที่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อจะต้องกักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และยังไม่มีความชัดเจนว่า นักเตะทีมชาติโปรตุเกส จะได้รับการยกเว้นหรือไม่

    หาก บรูโน่ ต้องใช้เวลากักตัวเองก็จะส่งผลให้พลาดลงช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (แชมเปี้ยนส์ ลีก), เชลซี และ แอร์เบ ไลป์ซิก (แชมเปี้ยนส์ ลีก)

    นอกจาก บรูโน่ แล้วนั้น ยังมีนักเตะใน พรีเมียร์ลีก อีกหลายรายที่ติดทีมชาติโปรตุเกส และมีความใกล้ชิดกับ โรนัลโด้ โดยเฉพาะ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่มีถึง 5 คน (รุย ปาทริซิโอ, เนลซอน เซเมโด้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ และ แดเนียล โพเดนซ์), แมนฯ ซิตี้ 3 คน (ชูเอา กันเซโล่, รูเบน ดิอาส และ แบร์นาโด้ ซิลวา) และ ลิเวอร์พูล 1 คน (ดิโอโก้ โชต้า)

แฟนผี,ปืนรอชม!จับตา5แข้งดังเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่สุดสัปดาห์นี้

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีนักเตะชื่อดังมากมายที่ตบเท้ามาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งก็มีหลายคนที่้เราได้ยลฝีเท้ากันไปแล้ว อาทิเช่น ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ตซ์, ดอนนี่ ฟาน เดอร์ เบ็ค และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเช่นกันที่รอวันเปิดซิง เพราะดันมีโปรแกรมเกมทีมชาติมาขั้นกลางเสียก่อน ทว่าสุดสัปดาห์นี้เกม พรีเมียร์ลีก จะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง และนี่คือ 5 นักเตะดาวดังที่อาจได้ลงเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

– โธมัส ปาร์เตย์ (อาร์เซน่อล)

นี่คือการเซ็นสัญญาที่สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ อาร์เซน่อล ปิดดีลคว้าตัวมาจาก แอตเลติโก มาดริด ได้สำเร็จ ทันเดดไลน์ปิดตลาดพอดี เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม แน่นอนว่า ปาร์เตย์ ถูกคาดหวังไว้สูงมากๆ ในการเข้ามาช่วยยกระดับแดนกลางของทีม ซึ่งก็มีโอกาสไม่น้อยที่กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะเลือกใช้บริการฝีเท้าของเจ้าตัวทันที ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือส่งลงสำรอง ในเกมบิ๊กแมตช์ที่ อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์นี้ และด้วยการที่เจอกับทีมแกร่งอย่าง "เรือใบสีฟ้า" มันจึงน่าจะเป็นบททดสอบที่ดีไม่น้อยสำหรับนักเตะค่าตัว 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) 

 – อเล็กซ์ เตลลิส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

อาจเป็นซัมเมอร์ที่สโมสรเสริมทัพได้ไม่ค่อยโดนใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" แต่ เตลลิส ถือเป็นนักเตะฝีเท้าดีที่น่าจะคาดหวังได้ หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ปอร์โต้ และเกมบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สังเวียนแข้ง เซนต์ เจมส์ พาร์ค วันเสาร์นี้ มีแนวโน้มสูงไม่น้อยเลยที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะส่งฟูลแบ็กชาวบราซิเลียนวัย 27 ปี สู่ทีมตัวจริงทันที หลังจากที่ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมล่าสุดที่พ่ายยับต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

 – ริอาน บรูว์สเตอร์ (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)

 บรูว์สเตอร์ ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ในเวที พรีเมียร์ลีก แต่เขาไม่เคยได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก เลย ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เพราะฉะนั้นการย้ายมาร่วมทีม เชฟฯ ยูไนเต็ด ครั้งนี้ เจ้าตัวมีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเอง และด้วยค่าตัวระดับ 23.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 963.5 ล้านบาท) เขาคงไม่ถูกเซ็นมาเพื่อนั่งสำรองแน่ ดังนั้นกุนซือ คริส ไวล์เดอร์ น่าจะให้โอกาส หัวหอกวัย 20 ปี ได้สร้างความมั่นใจในเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ทัพ "ดาบคู่" มีคิวเปิดรัง บรามอลล์ เลน รับมือทีมอันดับสุดท้ายอย่าง ฟูแล่ม

  – รูเบน ลอฟตัส-ชีค (ฟูแล่ม)

ไม่ต่างกับ บรูว์สเตอร์ เพราะ ลอฟตัส-ชีค เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ฝีเท้าเช่นกัน หลังจากที่กลายเป็นแข้งส่วนเกินในทีม เชลซี ยุคกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แถมเจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอดช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด ดังนั้นการย้ายมาร่วมก๊วน "เจ้าสัวน้อย" ภายใต้สัญญายืมตัวครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับ มิดฟิลด์ร่างใหญ่วัย 24 ปี ที่จะได้ทำผลงาน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า เขาไม่ใช่อีกหนึ่งแข้งที่เคยเป็นดาวรุ่งของอังกฤษ แต่กลับไปไม่สุด และเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ ฟูแล่ม มีคิวบุกไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เขามีแววที่จะถูกส่งลงสนามตั้งแต่วินาทีแรกเลย

 – แกเร็ธ เบล (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

หลังปิดดีลย้ายกลับมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่แล้ว เชื่อเหลือเกินว่า แฟนๆ "ไก่เดือยทอง" ต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ที่จะได้เห็น เบล กลับมาลงสนามภายใต้ยูนิฟอร์มของ สเปอร์ส เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อม ทำให้ เบล ลงเล่นไม่ได้ตลอดช่วงหลายเกมที่ผ่านมา แต่เกมในวันอาทิตย์นี้ ที่ สเปอร์ส มีโปรแกรมเปิดบ้านทำศึกดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอนกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถือว่ามีโอกาสไม่น้อยที่ ปีกจรวดชาวเวลส์วัย 31 ปี จะได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าจากกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากที่มุ่งมั่นฟิตร่างกายจนกลับมาพร้อมอีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายอย่างมากคือ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เราจะไม่ได้เห็นภาพ เบล ได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากแฟนบอล "ไก่เดือยทอง" หลายหมื่นชีวิตที่สังเวียนแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

ปูด!แมนยูสนดึงดาวรุ่ง “นิวฟิโก้” เสริมแกร่ง

สื่อผู้ดี ตีข่าว "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจอยากได้ หลุยส์ โกเมส ดาวเตะความหวังใหม่วงการลูกหนังแดนฝอยทอง จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาเสริมทัพ
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คาดว่ากำลังจะได้นักเตะจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน อีกราย โดยตอนนี้มีรายงานว่า "ปีศาจแดง" สนใจอยากได้ตัว หลุยส์ โกเมส แข้งดาวรุ่งพุ่งแรง จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

ดาวเตะวัย 16 ปี ซึ่งเพิ่งจะเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจาก แมนฯ ยูไนเต็ด โดย โกเมส ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะวันเดอร์คิดของวงการลูกหนังแดนฝอยทอง ถึงขนาดได้รับสมญานามว่า "นิว หลุยส์ ฟิโก้" เลยทีเดียว

แม้ว่า โกเมส จะเซ็นสัญญา 5 ปีกับ สปอร์ติ้ง ก็ตาม แต่ "เดอะ มิร์เรอร์" รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะคว้าดาวรุ่งแห่งอนาคตรายนี้มาร่วมทีม โดยคาดว่าค่าตัวของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านปอนด์ (ราว 532 ล้านบาท)

ทั้งนี้ สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย มีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน โดย "ปีศาจแดง" ดึงนักเตะจากยอดทีมแดนฝอยทองมาแล้วหลายคนทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, มาร์กอส โรโฮ, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ หลุยส์ นานี่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ระบาดไม่หยุด!พรีเมียร์ลีกยันพบ8รายติดโควิด

ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ยังคงต้องเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะอย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจล่าสุดมีการระบุชัดเจนว่าพบผู้ติดเชื้อถึง 8 ราย แต่ไม่มีการยืนยันว่าเป็นนักเตะหรือบุคลากรในวงการลูกหนัง โดยทั้งหมดต้องเข้ารับการกักตัวตามกำหนดเวลาที่ระบุเอาไว้
   
พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 19  ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า พบบุคลากรในลีกติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือชื่ออย่างเป็นทางการ  "โควิด-19" เพิ่มอีก 8 ราย หลังจากที่มีการตรวจคัดกรองบรรดานักเตะและสต๊าฟฟ์รอบล่าสุดจำนวน 1,575 คน

สำหรับการตรวจหาเชื้อรอบล่าสุดนี้ มีขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม ถึง วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ซึ่งปรากฏว่า พบ 8 คนที่มีผลออกมาเป็นบวก และบุคคลกลุ่มนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเป็นเวลา 10 วัน แต่ไม่มีการลงลึกในรายละเอียดว่าเป็นใครและมาจากสโมสรใดบ้าง

ทั้งนี้ การตรวจหาเชื้อไวรัส "โควิด-19" ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ผ่านพ้นมาแล้ว 7 รอบ ซึ่งมีผลออกมาดังต่อไปนี้
 – รอบที่ 1 (31 ส.ค.-6 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,605 คน
 – รอบที่ 2 (7-13 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 4 ราย จากการตรวจ 2,131 คน
 – รอบที่ 3 (14-20 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,574 คน
 – รอบที่ 4 (21-27 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย จากการตรวจ 1,595 คน
 – รอบที่ 5 (28 ก.ย.-4 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 9 ราย จากการตรวจ 1,587 คน
 – รอบที่ 6 (5-11 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 5 ราย จากการตรวจ 1,128 คน
– รอบที่ 7 (12-18 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 8 ราย จากการตรวจ 1,575 คน